เตรียมตัวลงทุน LTF RMF

ใครลงทุนใน LTF และ RMF กันบ้างแล้วยกมือขึ้นครับ??? สงสัยจะยังไม่มี ไม่เป็นไรครับ วันนี้ผมมีเทคนิค 5 ข้อง่ายๆสำหรับเตรียมตัวลงทุน LTF RMF ปีนี้กันครับ

           ผ่านครึ่งแรกของปีมาแล้ว ใครลงทุนใน LTF และ RMF กันบ้างแล้วยกมือขึ้นครับ??? คำถามเดิมๆที่ถามกันในช่วงเวลานี้ของทุกปี ซึ่งผมก็แปลกใจอยู่ว่าทำไมคำถามนี้ถึงไม่ถามกันตั้งแต่ตอนต้นปี จะอย่างไรก็ตามสำหรับใครที่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นเตรียมตัวยังไงกับการลงทุนใน LTF และ RMF วันนี้ผมมีเทคนิคคราวๆมาเล่าให้ฟังกันครับ

ก่อนจะถึงเทคนิค เราลองมาดูสถิติตัวเลขกันก่อนเพื่อจะได้รู้ว่าปีนี้สถานการณ์การลงทุนใน LTF RMF เป็นอย่างไร ซึ่งถ้าดูจากข้อมูลสถิติเงินไหลเข้าออกกองทุน LTF และ RMF ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมานี้ก็ต้องยอมรับกันตรงๆว่าส่วนใหญ่จะมีแต่นักลงทุนขายเงินลงทุนออกมากกว่า โดยเฉพาะในส่วนของกองทุน LTF ที่ 6 เดือนแรกนี้มีเงินไหลออกกว่า 15,200 ล้านบาทถือว่าสูงเป็นอันดับ 2 ตลอดกาล ขณะที่ในส่วนของ RMF นั้นก็มีเงินไหลเข้าสุทธิเพียง 13 ล้านบาทซึ่งนับว่าน้อยผิดปกติ ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการที่นักลงทุนส่วนใหญ่ขายกองทุนทำกำไรพร้อมปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนเนื่องจากสถานการณ์การลงที่ค่อนข้างผันผวนประกอบกับเงินลงทุนที่ได้ลงทุมาในอดีตต่างก็ได้กำไรเฉลี่ยค่อนข้างสูง (5ปีย้อนหลังเฉลี่ย 6.9% ต่อปี, 7ปีได้อยู่ที่เฉลี่ย 10.51% ต่อปีและ 10ปีได้อยู่ที่เฉลี่ย 8.55% ต่อปี)

ตอนนี้ก็มาถึงเทคนิคในการเตรียมตัวเพื่อลงทุนในกองทุน LTF และ RMF ในช่วงที่เหลือของปีนี้กันครับ

  1. ประเมินรายได้ประจำปี โดยเริ่มต้นกันด้วยคำนวณรายได้ที่ผ่านมาในช่วง 6 เดือน จากนั้นเราก็คูณสองเข้าไปและนั้นก็พอจะทำให้เราสามารถประมาณรายได้ประจำปีของเราได้
  2. คำนวณสิทธิในการซื้อหน่วยลงทุน LTF และ RMF โดยท่านักลงทุนสามารถเข้าไปกรอกรายละเอียดในส่วนของรายได้และค่าลดหย่อนต่างๆเพื่อที่จะคำนวณเงินลงทุนที่สามารถซื้อ LTF และ RMF ได้ตามสิทธิอย่างแม่นยำ สามารถเข้าลองคำนวณได้ที่ http://www.thaimutualfundnews.com/program/tax.html
  3. คัดเลือกกองทุน – ขั้นตอนนี้ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพราะปัจจุบันทั้งกองทุน LTF และ RMF นั้นมีหลากหลายนโยบายการลงทุน มีการลงทุนหลากหลายประเภทสินทรัพย์ โดยในกรณีของ RMF ที่ไม่ได้มีแต่หุ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าจะว่าไปถึงเทคนิคการเลือกกองทุนนั้นก็ถือว่ารายละเอียดเยอะพอสมควรแต่ท่านักลงทุนสามารถใช้เครื่องมือช่วยได้ซึ่งนั้นก็คือ Morningstar Rating ที่เป็นการจัดอันดับกองทุนโดย Morningstar ซึ่งจะมาการพิจารณาทั้งในเรื่องของผลตอบแทนและความเสี่ยงในระยะยาว (มากกว่า 3ปีขึ้นไป) โดยที่ท่านนักลงทุนอาจจะเลือกกองทุนที่ได้อันดับ Morningstar Rating ระดับ 4 – 5 ดาวขึ้นมาก่อนจากนั้นก็ค่อยไปทำการพิจารณากันที่สไตล์การลงทุนและค่าธรรมเนียมกองทุน เป็นต้น ซึ่งก็สามารถแวะมาหาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่ http://www.morningstarthailand.com/th/
  4. ลงทุนแบบกระจายอย่ากระจุก การซื้อกองทุนหลายกองทุนหรือหลาย บลจ. นั้นไม่ได้หมายความว่าท่านได้กระจายการลงทุนแล้วนะครับ เพราะกองทุนที่ท่านได้ซื้อหลายกองทุนจากหลาย บลจ. นั้นอาจจะมีสไตล์การลงทุนแบบเดียวกัน ลงทุนในหุ้นกลุ่มเดียวกัน ก็เป็นได้ ซึ่งนั้นก็หมายความว่าทุกกองทุนนั้นๆกำลังมีความเสี่ยงคล้ายๆกัน ดังนั้นท่านควรจะมีแบบตัวอย่างเช่น กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ผสมกองทุนหุ้นขนาดเล็กในกรณีของ LTF และในส่วนของ RMF ก็ควรกระจายไปยังหลากหลายสินทรัพย์ตามความเสี่ยงที่เรารับได้ เป็นต้น
  5. จังหวะในการลงทุน –ถือเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตก็ว่าได้สำหรับเรื่องของจังหวะในการลงทุน LTF และRMF แต่โดยปกติแล้วนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่ก็จะนิยมลงทุนกันในช่วงท้ายของปีโดยฌฉพาะเดือนธันวาคมสำหรับเรื่องนี้ผมขอแนะนำให้ผู้ลงทุนทยอยลงทุนแบบเท่าๆกันทุกเดือน (DCA=Dollar Cost Average) ซึ่งจากนี้ไปก็เหลือ 6 เดือนพอดี (จริงๆแล้วควรทำตั้งแต่ต้นปี) สมมติถ้าใครไปคำนวณมาแล้วว่าต้องลงทุนทั้งหมด 60,000 บาทก็ทยอยลงทุนเดือนละ 10,000 บาท เพราะนอกจากเราจะไม่ต้องควักเงินลงทุนครั้งละมากๆแล้ววิธีการแบบ DCA นี้ยังถือว่าเป็นกระจายความเสี่ยงของต้นทุนในการลงทุนอีกด้วยแถมจากผลการศึกษาวิธีการลงทุนแบบนี้จะให้ผลตอบแทนดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนและช่วงตลาดขาลง

 

ท้ายนี้ท่านนักลงทุนอย่าลืมนะครับว่าทางสรรพากรมีปีนี้มีการอัพเดทอัตราภาษีเงินได้บุคคลใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปีนี้ 2560 ซึ่งมีการปรับค่าลดหย่อนให้สูงขึ้นรวมทั้งมีการปรับช่องภาษีใหม่ด้วย ตามนี้ครับhttp://www.rd.go.th/publish/fileadmin/user_upload/news/news15_2559.pdf และในส่วนของ LTF ก็ถ้าใครลงทุนก็ต้องถืออย่างน้อย 7 ปีปฎิทินครับ อย่าลืม โชคดีครับ

About Author Kittikun Tanaratpattanakit

Kittikun Tanaratpattanakit  Senior Research Analyst