กองอินเดียร้อนๆนะนายจ๋า

กองทุนอินเดียที่ Hot hit ที่ใครๆอยากลงทุนนั้นภาพรวมในแง่มุมต่างๆเป็นอย่างไร หาคำตอบกันได้ที่นี้ครับ

Morningstar 02/05/2561

ภาพรวมกองทุนอินเดีย

ปีที่ผ่านมากองทุนอินเดียถือว่าเป็นกองทุนมาแรงอีกกกลุ่มหนึ่งที่มีนักลงทุนในบ้านเราให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าตลาดหุ้นอินเดียปีที่ผ่าน 2017 ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี (ผลตอบแทนโดยเฉลี่ยทั่งปีประมาณ 31.69% ณ วันสิ้นเดือนธันวามคม 2017) เรียกว่าแทบจะบวกทุกเดือนเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่าใครๆก็อยากไปอินเดียครับ รวมทั้งหลายๆ บลจ.ได้ออกกองทุนอินเดียใหม่ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้มาให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนกันพอสมควรถึง 9 กองโดยแบ่งเป็นปีที่แล้ว 4 กอง และเกี่ยวเนื่องมาในไตรมาสแรกของปีนี้อีก 5 กอง (โดยมีหนึ่งกองที่มี 4 Share class)

แต่มาปีนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวนอย่างมากในไตรมาสแรก กองอินเดียในบ้านเราก็หนีไม่พ้นความผันผวนเช่นกันโดยมีผลตอบแทนสิ้นไตรมาสแรกอยู่ที่ -8.50% เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวหากเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้วที่บวกอยู่ประมาณ 14.91%

ในแง่ของเงินไหลเข้ากองอินเดียนั้นต้องบอกว่าในไตรมาสแรกของปีนี้มีเงินไหลเข้าสูงสุดตั้งแต่มีการจัดตั้งกองทุนอินเดียในบ้านเราเลยทีเดียวอยู่ประมาณ 3,643 ล้านบาท  ในขณะที่ในแง่ของสินทรัพย์สุทธิก็เพิ่มขึ้นมาแตะระดับรวมๆที่ 11,587 ล้านบาทแล้ว  

ปัจจุบันนั้นมีกองทุนอินเดียในบ้านเราทั้งสิ้น 18 กอง โดยสรุปได้ดังนี้

India

ที่มา: Morningstar Direct , ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561

จากตารางข้างบน เราพอจะสรุปได้ว่ากองทุนอินเดียในบ้านเรานั้นส่วนใหญ่เน้นลงทุนในกอง master fund เป็นหลัก มีเพียงกอง LH INDIA-E และ TISCO India active Equity A ที่มีการกระจายการลงทุนไปลงแบบ fund of funds โดยลงทุนในกองหลัก 2 กอง และ 3 กอง ตามลำดับ ในส่วนของการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินนั้น กอง SCB India Equity เป็นเพียงกองเดียวที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินเกือบทั้งหมด และกองทุนส่วนใหญ่นั้นมีสไตล์การลงทุนที่เน้นในหุ้นเติบโดขนาดใหญ่เหมือนกันเกือบหมด

 ผลตอบแทนของกองทุนอินเดีย

India 2

 

 

ที่มา: Morningstar Direct , ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561

 

ผลตอบแทนของกองทุนอินเดียระยะยาว 3 และ 5 ปี เฉลี่ยที่ประมาณ 5.21 % และ 11.50% ต่อปี ตามลำดับ ส่วนผลตอบแทนในไตรมาสแรกของปีนี้จะเห็นได้ว่าทุกกองทุนตกลงมาในแดนลบทั้งสิ้นโดยเฉลี่ยอยู่ที่ -8.50% แสดงให้ถึงความผันผวนในการลงทุนอย่างมาก ดังนั้นหากนักลงทุนท่านใดไม่เข้าใจลักษณะการลงทุนในหุ้นต่างประเทศกลุ่มนี้ ไปดูแต่ผลตอบแทนในปีที่แล้วที่ค่อนข้างดี แล้วตัดสินใจลงทุนทันที คงจะต้องผิดหวังไปตามๆกัน แต่หากท่านใดมองเห็นเป็นโอกาสในการลงทุน เข้าใจผลตอบแทนและความเสี่ยง เน้นลงทุนระยะยาว ก็น่าจะมีโอกาสทำให้ท่านได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้นะครับ

 

สุดท้ายนี้ทางมอร์นิ่งสตาร์ได้เพิ่มกลุ่ม Morningstar Category ใหม่ขึ้นมา คือ กลุ่ม India Equity เพื่อช่วยให้ท่านนักลงทุนทำการเปรียบเทียบและค้นหากองทุนได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นครับ

 

About Author

Morningstar