ทำไมเงินสดจึงเป็นทางเลือกในการลงทุน

การถือเงินสดในปริมาณมากมักส่งผลเสียในระยะยาว แต่อาจเป็นทางเลือกที่ดีในช่วงนี้

Morningstar 02/08/2561

เงินสดนั้นถือว่าไม่ใช่ตัวแทนการลงทุนที่ดีนักเพราะอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงทำให้เงินสดให้ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบ เงินสดจึงไม่ใช่สิ่งที่นักลงทุนควรจะถือไว้ยาวๆ อย่างไรก็ตามเงินสดเองก็มีข้อดีในตัวเหมือนกัน

ข้อแรกคือ ทำให้นักลงทุนมีสภาพคล่อง สามารถลงทุนได้ทันทีเมื่อตลาดมีการปรับตัวลดลง  และข้อที่สองคือ ในขณะที่นักลงทุนกำลังวิ่งไล่ตามผลตอบแทนในตลาดหุ้น (Chasing performance) และผลตอบแทนที่ได้รับเริ่มไม่คุ้มกับความเสี่ยงจากการลงทุน หรือจะพูดในอีกแง่หนึ่งก็คือราคาหุ้นในตลาดปัจจุบันถือว่าค่อนข้างแพงแล้ว และมี upside ที่ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นการถือเงินสดอาจเป็นอีกทางเลือกที่ปลอดภัยมากกว่าและมีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า

ตัวอย่างเช่น หากดูสถานการณ์ปัจจุบันของสหรัฐฯ ตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างมากทำให้เป็นที่สนใจของคนส่วนใหญ่ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยก็กำลังปรับขึ้น ทำให้นักลงทุนแนวสวนตลาด (Contrarian investing) อาจมองว่าการกลับมาถือเงินสดแล้วรอตลาดปรับฐานน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ในขณะเดียวกันหากมีตลาดอื่นที่น่าสนใจกว่าก็สามารถโยกเงินไปตลาดนั้นได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดที่พัฒนาแล้วจะเห็นได้ว่ามีการย้ายเงินลงทุนจากแต่ละอุตสาหกรรม (Sector rotation) ทำให้เราเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างอุตสาหกรรมที่เป็น Best-performing sector และ Worst-performing sector และหากเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมที่เป็น worst-performing แต่มีพื้นฐานที่ดีก็อาจจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูงที่ราคาแพงมาก (overvalue)

หลายท่านอาจบอกว่าฟังดูง่ายแต่ในความเป็นจริงนั้นทำได้ยากที่จะจับจังหวะการลงทุนหรือจะรู้ได้อย่างไรว่าจะถือเงินสดตอนไหน จนอาจมองว่าจะลงทุนแบบสม่ำเสมอในระยะยาวไปเลยดีกว่ามั้ย ซึ่งคำตอบก็คือใช่ เพราะนั่นก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายความเสี่ยง แต่หากเราดูวิธีการของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ หรือท่านอื่นๆ จะเห็นได้ว่าเขามักจะขายเมื่อตลาดคลายความกังวลไปมากและลงทุนเมื่อตลาดมีความกลัวสูง ซึ่งการถือครองเงินสดจะเป็นการช่วยให้นักลงทุนไม่เสียโอกาสการลงทุนนั้นไป

ในส่วนของการถือครองเงินสดของกองทุนไทย โดยทั่วไปแล้วสัดส่วนการถือเงินสดของกองทุนนั้นจะอยู่ในรูปของตลาดเงิน/ตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีสภาพคล่องสูง ยกตัวอย่าง กองทุนประเภท Equity Large Cap มีค่าเฉลี่ย Asset Allocation Cash % (net) ในช่วงปี 2015-2017 ที่ราว 7.1% ซึ่งคำนวณโดยใช้สัดส่วนการถือครองเงินสดในแต่ละสิ้นไตรมาส และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 8.4% ต่อปี

ที่มา: Morningstar Direct

อย่างไรก็ตามข้อมูลข้างต้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงตัวอย่างการถือเงินสดในกองทุนประเภทเดียวเท่านั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ากองทุนประเภทเดียวกันอาจมีสัดส่วนการถือเงินสดที่หลากหลายและให้ผลตอบแทนที่ต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนเป็นหลัก ดังนั้นนักลงทุนจึงควรคำนึงถึงระยะเวลา ประเภททรัพย์สิน ความเสี่ยง และปัจจัยอื่นๆ เพื่อพิจารณาสัดส่วนการถือเงินสดที่เหมาะสมและบริหารจัดการพอร์ตให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการลงทุนของแต่ละบุคคลด้วยนะคะ

About Author

Morningstar