5 megatrends ที่จะกำหนดภาวะการลงทุนในตลาดโลก

BlackRock ได้ระบุ 5 megatrends ที่จะเป็นตัวกำหนดภาวะการลงทุนในตลาดโลก เรามาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง

Morningstar 04/10/2561

5 megatrends ที่จะกำหนดภาวะการลงทุนในตลาดโลกนั้น ส่วนใหญ่มีผลกระทบเชิงโครงสร้างที่อาจส่งผลไปอีก 30 ปีข้างหน้า หรือมากกว่านั้น ซึ่งบางข้ออาจมีมาสักระยะหนึ่งแล้ว หรือบางข้อยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่ง 5 megatrends นั้นมีดังนี้

1)    การเปลี่ยนมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างจีนและอินเดียทำให้มีการถ่วงอำนาจทางเศรษฐกิจโลกมากขึ้น แม้ว่าอาจมีความกังวลที่ประเทศจีนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยปริมาณหนี้ที่ค่อนข้างสูง แต่หากเทียบกับทางด้านสหรัฐอเมริกาหรือยุโรปแล้วจีนก็ดูจะยังมีศักยภาพการเติบโตระยะยาวที่ดูดีกว่า

2)    การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการขาดแคลนทรัพยากร

การขยายตัวของจำนวนประชากรโลกนั้นส่งผลต่อความต้องการด้านพลังงาน อาหารและน้ำที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะความต้องการด้านพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทำให้มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันจึงมีการตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในหลายภาคส่วนเช่น ด้านการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Environment) เป็นหนึ่งปัจจัยการให้คะแนน Morningstar Sustainability Rating

3)    การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์และสังคม

จำนวนและอายุประชากรโลกที่มากขึ้นส่งผลต่อความต้องการพื้นฐานที่อาจเปลี่ยนแปลงไป จากรายงาน World Population Prospect ที่จัดทำโดยองค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีกราว 1.2 พันล้านคนภายในปี 2030 อย่างไรก็ตามจะมีการกระจุกตัวของจำนวนประชากรดังกล่าวทั้งด้านอายุและภูมิภาค เช่น 30% ของจำนวน 1.2 พันล้านคนจะอยู่ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือภายในปี 2050 ประชากรที่จะเพิ่มขึ้นนั้น กว่า 50% มาจากทวีปแอฟฟริกา ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้แก่ การใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นมาก การใช้หุ่นยนต์ทดแทนแรงงานที่อาจขาดแคลน หรือความต้องการออมเงินมากขึ้นตามวัยเกษียณที่ยาวนานขึ้น

4)    ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ในปัจจุบันจะเห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของคนเราเป็นอย่างมากทั้งด้านการติดต่อสื่อสาร การเงิน การจับจ่ายใช้สอย และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย ความต้องการทางเทคโนโลยีส่งผลให้มีการลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้นและบริษัทเหล่านั้นก็มีมูลค่าแบรนด์ที่สูงขึ้นมากตามไปด้วย เช่นบริษัทอย่าง Apple, Samsung, Google หรือ Facebook

5)    การขยายตัวของความเป็นเมืองอย่างรวดเร็ว

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของเมืองต่างๆ ส่งผลต่อความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการทางสังคม โดยมีการคาดการณ์ว่าเฉพาะนครนิวยอร์ก นครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง และกรุงลอนดอน รวมกันจะมีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าราว 8 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ (หรือราว 256 ล้านล้านบาท) ในอีก 10 ปีข้างหน้า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้แก่ ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ระบบสวัสดิการสุขภาพที่มีความต้องการสูงขึ้น

นอกจากนี้ภาวะการลงทุนของโลกก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่ตลาดให้ความสนใจกับประเทศพัฒนาแล้วโดยดูจากปัจจัยด้านความมั่นคงและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ มาเป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จากปัจจัยศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าการลงทุนในตลาดเกิดใหม่จะยังคงเติบโตต่อไปจากการพัฒนาด้านนโยบายตลาดหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนของประเทศตลาดเกิดใหม่เพื่อตอบรับความต้องการการลงทุนที่สูงขึ้นนั่นเองค่ะ

About Author

Morningstar