5 กลุ่มกองทุนมูลค่าทรัพย์สินโตสูงสุด

จากคราวที่แล้วได้พูดถึงภาพรวมกองทุนรวมไตรมาสที่ 3 ปี 2018 จะเห็นได้ว่ามูลค่าทรัพย์สินกองทุนรวมค่อนข้างใกล้เคียงกับปีที่แล้ว วันนี้เรามาดูกันค่ะว่ากองทุนกลุ่มใดที่มีมูลค่าทรัพย์สินโตจากปีที่แล้วบ้าง

Morningstar 25/10/2561

ในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมานี้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนรวมมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย และมีเงินไหลออกในช่วง 9 เดือนแรก (YTD) ทั้งสิ้น -24,142 ล้านบาท ทั้งนี้สาเหตุหลักมาจากเงินไหลออกของกองทุนกลุ่มตราสารหนี้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีกองทุนหลายกลุ่มที่ยังมีการเติบโตที่ดี โดย 5 อันดับกลุ่มกองทุนที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเติบโตสูงสุดได้แก่ 1) ASEAN Equity, 2) Property-Indirect Global, 3) Asia Pacific ex-Japan Equity, 4) China Equity, และ 5) Global Equity

ที่มา: Morningstar Direct ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2018

ASEAN Equity - มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 147.80% ไปที่ 9.6 พันล้านบาท เงินไหลเข้าสุทธิ YTD ที่ 6.7 พันล้านบาท โดยในปีนี้มีการเปิดกองใหม่ 5 กองซึ่งเน้นการลงทุนในประเทศเวียดนาม และมีเงินไหลเข้าในกองใหม่รวม 5.6 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามผลตอบแทนเฉลี่ย YTD กลุ่ม ASEAN Equity อยู่ที่ -8.68%

Property - Indirect Global - มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 86.64% ไปที่ 6.8 หมื่นล้านบาท เงินไหลเข้าสุทธิ YTD ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท โดยกองทุนใหญ่ที่สุดของกลุ่มอย่าง TMB Property Income Plus (TMBPIPF) จาก TMBAM ยังคงได้รับความสนใจต่อเนื่อง (มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 3.4 หมื่นล้านบาท) และมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดที่ 2.1 หมื่นล้านบาท ผลตอบแทนเฉลี่ย YTD ของกลุ่ม Property – Indirect Global อยู่ที่ 0.74%

Asia Pacific ex-Japan Equity - มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 45.93% ไปที่ 3.0 หมื่นล้านบาท เงินไหลเข้าสุทธิ YTD ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท โดยในกลุ่มนี้มีกองทุน SCB Asian Emerging Markets THB Hedged (SCBAEMHA) จาก SCBAM มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงสุดที่ 5.7 พันล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่มีเงินไหลเข้าสุทธิในกองดังกล่าวช่วง 9 เดือนแรก รวม 5.4 พันล้านบาท อย่างไรก็ตามกลุ่ม Asia Pacific ex-Japan Equity ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย YTD ติดลบ ที่ -10.18%

China Equity - แม้ปัจจัยสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาจะยังดำเนินต่อไป แต่กองทุนกลุ่มนี้ก็ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุน โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 42.34% จากสิ้นปี 2017 ไปอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท เงินไหลเข้าสุทธิ YTD ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้มีกองทุนเปิดใหม่จำนวน 5 กอง มีเงินไหลเข้าสุทธิในกองใหม่ราว 8.6 พันล้านบาท แต่ผลตอบแทนเฉลี่ย YTD ของกลุ่ม China Equity ยังคงติดลบอยู่ที่ -8.53%

Global Equity - มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 40.61% ไปที่ 6.3 หมื่นล้านบาท เงินไหลเข้าสุทธิ YTD ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยเป็นกลุ่มที่มีการเปิดกองใหม่สูงสุดถึง 24 กองในช่วง 9 เดือนแรกของปี รวมเงินไหลเข้าสุทธิในกองทุนใหม่ 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งกองทุนใหม่มักเน้นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์การเติบโตทางเทคโนโลยี ทั้งนี้กลุ่ม Global Equity ก็ยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ย YTD สูงกว่ากองทุนหุ้นในหลายๆ กลุ่มโดยอยู่ที่ 1.38%

จาก 5 อันดับที่กล่าวมานี้จะเห็นได้ว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจการลงทุนหุ้นต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหากท่านนักลงทุนสนใจการลงทุนต่างประเทศควรศึกษาข้อมูลกองทุนทั้งด้านนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมหรือรายละเอียดอื่นๆ ก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้งนะคะ

About Author

Morningstar