Awards Winner – RMF Fixed Income

Morningstar Awards 2019 กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารแห่งหนี้ (Retirement Mutual Fund – Fixed Income) ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ มาติดตามบทสัมภาษณ์จากทีมผู้จัดการกองทุนกันค่ะ

Morningstar 28/03/2562

นับเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันสำหรับกองทุนเปิด ธนชาตตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ จาก บลจ.ธนชาต จำกัด ที่สามารถคว้ารางวัล Morningstar Awards กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารแห่งหนี้ (Retirement Mutual Fund – Fixed Income) โดยกองทุนยังคงรักษามาตรฐานของผลตอบแทนโดยอยู่ที่ 2.6% ต่อปี จากการเชื่อมั่นในหลักการและคำนึงถึงปัจจัยพื้นฐาน รวมทั้งการปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดโดยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพประสบความสำเร็จ

มาติดตามบทสัมภาษณ์จากทีมผู้จัดการกองทุน บลจ.ธนชาต จำกัด เกี่ยวกับกองทุนและมุมมองการลงทุนกันค่ะ

คำถาม: ท่านคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ส่งผลให้กองทุนประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา และอะไรเป็นปัจจัยที่ท้าทายต่อผลการดำเนินงานของกองทุน

คำตอบ: ปกติแล้วการลงทุนในตราสารหนี้ มีปัจจัยสำคัญอยู่ 3 เรื่อง คือ อายุของตราสาร (duration), อันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร (credit rating) และ จังหวะเวลาการลงทุน (timing) แต่การทำทั้ง 3 เรื่องนี้ให้ถูกต้องพร้อม ๆ กัน ทำได้ยากมาก ต้องใช้ทั้งความชำนาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมา และที่สำคัญจะต้องผ่านช่วงเวลาต่าง ๆเพื่อพิสูจน์ตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำหรับกองทุน T-NFRMF ที่ได้รับรางวัลด้านการจัดการลงทุนตราสารหนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับทาง Morningstar กองทุนนี้ได้รับรางวัลเป็นรางวัลที่ 7 แล้ว โดยในปี 2016 ได้รับทั้งกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ประเภทตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น  และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นกองทุนระดับ 5 ดาว

บริษัทเชื่อว่ากุญแจแห่งความสำเร็จของกองทุนนี้ คือ ผู้จัดการกองทุนไม่ใช้อารมณ์ในการบริหารการลงทุน โดยเชื่อมั่นในหลักการและปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลให้กองทุนประสบความสำเร็จในช่วงที่ปีผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่ค่อนข้างมีความท้าทายเนื่องจากทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ซึ่งผู้จัดการกองทุนได้ปรับพอร์ตลงทุนของกองทุนนี้ให้สอดคล้องกับสภาวะดังกล่าว โดยได้ปรับลด duration ลง และพยายามหาผลตอบแทนจากหุ้นกู้ที่มีฐานะการเงินมั่นคงในระดับ investment grade ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าคู่แข่งในปีที่ผ่านมา  

ส่วนปัจจัยที่ท้าทายต่อผลการดำเนินงานของกองทุน แน่นอนว่าคือ การประเมินสภาวะตลาด การจับทิศทางอัตราดอกเบี้ยให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ต้องความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งด้านมหภาค อุตสาหกรรม และกลไกทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากสภาวะตลาดตราสารหนี้ในปัจจุบัน มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

คำถาม: ท่านมีมุมมองต่อตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างไรในปี 2019 และท่านจะมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

คำตอบ: ตลาดตราสารหนี้ไทยในปี 2019 คาดว่าจะมีปริมาณตราสารหนี้ออกใหม่ภาคเอกชนเพิ่มขึ้น จากข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ตามกฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย  สำหรับตราสารหนี้ภาครัฐ คาดว่าจะมีการออกพันธบัตรระยะยาวที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปมากขึ้น

ทางด้านความต้องการลงทุน ตลาดตราสารหนี้ไทยยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศ แต่เนื่องจากปริมาณเงินลงทุนจากต่างประเทศที่มีจำนวนมาก ประกอบกับการเคลื่อนย้ายเงินที่ค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดได้ จึงต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด

กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ บลจ.ธนชาตให้ความระมัดระวังเข้มงวดเรื่องเครดิตตราสารหนี้ที่ลงทุนมากขึ้น เนื่องจากการคาดการณ์เกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบริษัทเอกชนจากกำลังซื้อที่ลดลงทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับมาตรการการควบคุมสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ของธนาคารแห่งประเทศไทย การทยอยปรับเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยเงินกู้  ดังนั้น การจัดการกองทุนตราสารหนี้ จะพิจารณาลงทุนในบริษัทที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อย และจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ระดับ A- ขึ้นไป

คำถาม: ท่านคิดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนตราสารหนี้ไทยอย่างไรบ้าง

คำตอบ: ในทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย  บลจ.ธนชาต คาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงินมีโอกาสปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะสั้นให้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น สำหรับตราสารหนี้ระยะกลางและระยะยาวจะปรับขึ้นน้อยกว่า  อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ไทยยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะกลางและระยะยาว ส่วนใหญ่จะมีความเคลื่อนไหวตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ในการบริหารจัดการกองทุน จะมีการจัดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นและระยะยาวตามความเหมาะสมของสภาวะตลาด

คำถาม: หากมีการเก็บภาษีจากกองทุนตราสารหนี้ ท่านคิดว่าจะส่งผลกระทบต่อกองทุนรวมตราสารหนี้ มากน้อยเพียงใด

คำตอบ: ประเมินว่าการจัดเก็บภาษีจากกองทุนตราสารหนี้จะส่งผลกระทบในระยะสั้น โดยทำให้ผลตอบแทนจากกองทุนตราสารหนี้ลดลง อย่างไรก็ดี ในระยะยาวตลาดตราสารหนี้น่าจะมีการรับสมดุลใหม่ เนื่องจากเมื่ออัตราผลแทนจากการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ลดลง ความต้องการลงทุนในตลาดตราสารหนี้จะลดลง ผู้ออกตราสารหนี้ควรจะต้องมีการปรับเพิ่มอัตราผลตอบแทนเพื่อจูงใจให้ตลาดกลับเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น  ในทางกลับกัน หากมีเงินออกจากกองทุนตราสารหนี้กลับไปสู่สถาบันการเงินจำนวนมาก สถาบันการเงินจะมีสภาพคล่องส่วนเงินจำนวนมาก นำไปสู่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

คำถาม: ท่านคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของทีมงานที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกองทุน

คำตอบ: สิ่งที่ทำให้ บลจ.ธนชาต  ได้รับรางวัลกองทุนตราสารหนี้ติดต่อกันทุกปี  ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดแข็งของบริษัทนั้นมาจาก

1.         ทีมงานประกอบด้วยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์การบริหารจัดการกองทุนตราสารหนี้ที่ยาวนาน สามารถประเมินสถานการณ์ตลอดจนการคาดการณ์ทิศทางตลาดตราสารหนี้ และกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับสภาวะตลาดตราสารหนี้

2.         การให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เครดิตและติดตามสถานะการเงินของผู้ออกตราสารหนี้ โดยจะมีการทบทวนเครดิตทุกไตรมาส และเมื่อมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารหนี้ที่ลงทุน 

About Author

Morningstar