ยินดีต้อนรับสู่เวปไซด์ morningstarthailand.com ในรูปแบบใหม่ ได้ที่นี่ ซึ่งมีข้อมูลและเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

Awards Winner – Long Term Equity Fund

Morningstar Awards 2019 กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund) ได้แก่ กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว มาติดตามบทสัมภาษณ์จากทีมผู้จัดการกองทุนกันเลยค่ะ

Morningstar 28/03/2562

นับเป็นครั้งแรกสำหรับกองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว จาก บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้รับรางวัลกองทุนรวมหุ้นระยะยาวยอดเยี่ยมปี 2019 โดยกองทุนนี้ให้ผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 7.6 % ต่อปี โดยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ เน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ รวมทั้งมีการคำนึงถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์การลงทุน สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้กองทุนจาก บลจ. แมนูไลฟ์เป็นผู้ชนะรางวัลกองทุนรวมหุ้นระยะยาวยอดเยี่ยมในปีนี้ไปครองได้สำเร็จ

วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว ให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์ผู้จัดการกองทุนกันค่ะ

คำถาม: ท่านคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ส่งผลให้กองทุนประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา และอะไรเป็นปัจจัยที่ท้าทายต่อผลการดำเนินงานของกองทุน

คำตอบ: ปี 2561 เป็นปีที่มีความท้าทายมากอีกปีหนึ่งสำหรับการลงทุน จากต้นปีที่ภาวะเศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวไปในทิศทางเดียวกันที่เรียกว่า Synchronized Growth ผนวกกับอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ทำให้การลงทุนเป็นไปในลักษณะ “Risk-On mode” แต่การดำเนินนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน (America First)” อย่างแข็งกร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน ส่งผลให้การค้าโลกเริ่มอ่อนแอลง  ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)  มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate) อย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น รวมถึงภาวะเงินทุนไหลเข้าไปยังสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทำให้กลยุทธ์การลงทุนของ บลจ. แมนูไลฟ์ มีการเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ และมูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเพื่อลดผลกระทบในกรณีที่ผลประกอบการของบริษัทต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ (Earnings Disappointment)  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยภายนอกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วประกอบกับปัจจัยการเมืองภายในประเทศที่กำลังเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทำให้ความมั่นคงทางการเมืองมีเสถียรภาพลดลงซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงในการวางกลยุทธ์การลงทุน

คำถาม: ท่านมีมุมมองต่อตลาดหุ้นอย่างไรในปี 2019 และมีกลยุทธ์ในการลงทุนอย่างไรท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน

คำตอบ: ตลาดหุ้นในปี 2019 ยังคงทวีความผันผวนเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยหลายสำนัก หลักๆ ได้ปรับลดตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก (Global GDP) ลงจากผลกระทบเรื่องสงครามการค้าและความไม่แน่นอนของ Brexit  ประกอบกับในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มมีแนวโน้มเป็นทิศทางขาขึ้นและสภาพคล่องในตลาดโลกลดลงจากการเริ่มทำ Quantitative Tightening (QT) นั้น  กลยุทธ์การลงทุนของ บลจ. แมนูไลฟ์ คือ จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและราคาหุ้นไม่แพงเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่แสดงถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในลักษณะที่มีการกระจายตัวมากขึ้น การท่องเที่ยวหลังจากได้รับผลกระทบในช่วงสั้นก็สามารถฟื้นตัวกลับมาได้ การลงทุนภาคเอกชนเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นและจะชัดเจนขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่ดีแต่ราคายังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

คำถาม: ท่านคิดว่าสถานการณ์/ปัจจัยภายนอกเช่น สงครามการค้าสหรัฐอเมริกา-จีน การแกว่างตัวของราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนตลาดหุ้นไทยอย่างไรบ้าง

คำตอบ: ปัจจัยภายนอกที่มีความไม่แน่นอนสูงในเรื่องสงครามการค้า  บลจ. แมนูไลฟ์ มองว่าท้ายที่สุดแล้วทุกฝ่ายจะยอมหันหน้าเจรจากันมากขึ้นเมื่อการกดดันอีกฝ่ายหนึ่งถึงจุดที่ไม่เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ผนวกกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)   ในการที่จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยรวมถึงยกเลิกการทำ Quantitative Tightening (QT) เร็วกว่ากำหนด เป็นผลให้สถานการณ์มีความผ่อนคลายมากขึ้นและเอื้อต่อการลงทุนในตลาดทุน ซึ่งทำให้คาดว่าจะเห็นเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ที่ราคาหุ้นมีการปรับฐานลงมาอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา

คำถาม: มุมมองความคิดเห็นของท่าน ต่อกองทุนประเภท LTF ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ในปีสุดท้ายจะส่งผลกระทบต่อกองทุนอย่างไรบ้าง

คำตอบ: บลจ. แมนูไลฟ์ มองว่าหากรัฐบาลไม่มีการต่ออายุกองทุนประเภท LTF ที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ในปี 2019 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายนั้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อกองทุนมากนักเนื่องจากการยกเลิกดังกล่าวไม่ได้เป็นการปิดกองทุน ดังนั้น นักลงทุนยังสามารถถือครองหน่วยลงทุนของกองทุนต่อไปได้เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาว  รวมทั้งการลงทุนในกองทุน LTF มีเงื่อนไขของระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุนอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน จึงทำให้เงินลงทุนจะทยอยครบกำหนดและสามารถขายคืนโดยไม่ผิดเงื่อนไขในเวลาที่ต่างกันจึงช่วยลดผลกระทบต่อกองทุนลงได้ นอกจากนี้ เงินลงทุนที่ครบกำหนดดังกล่าวอาจไม่ได้มีการขายคืนทั้งหมด เนื่องจากผู้ลงทุนมองว่าถือเป็นโอกาสลงทุนต่อเนื่องในกองทุนหุ้นเพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินในธนาคารหรือกองทุนตราสารหนี้  และที่สำคัญยังทำให้ไม่ต้องย้ายเงินลงทุนไปกองทุนหุ้นอื่นที่อาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)

อย่างไรก็ตาม บลจ. แมนูไลฟ์ คาดว่าอาจจะมีกองทุนประเภทใหม่ออกมาหรือมีการปรับรูปแบบของกองทุนประเภท LTF เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความจำเป็นในการลงทุนระยะยาวสำหรับการออมไว้ใช้ยามเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น

คำถาม: ท่านคิดว่าอะไรคือจุดแข็งของทีมงานที่ส่งผลต่อการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของกองทุน

คำตอบ: การคัดเลือกหุ้นอย่างรอบคอบและความมีวินัยในการลงทุน พร้อมด้วยปรัชญาการลงทุนของแมนูไลฟ์ที่เน้นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีอย่างสม่ำเสมอจากกลยุทธ์การบริหารการลงทุนแบบBottom-up ในการคัดเลือกหุ้น (stock picking) เพื่อค้นหาหุ้นที่ราคาตลาดยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยแมนูไลฟ์ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เพื่อเน้นหาบริษัทที่มีศักยภาพด้านการเติบโต  ฐานะทางการเงินที่มั่นคง ตลอดจนวิเคราะห์ความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้บริหารรวมถึงธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้ประกอบการประเมินหามูลค่าที่เหมาะสมของกิจการ รวมถึงการค้นหาปัจจัยสนับสนุนหรือตัวกระตุ้น (Catalyst) ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับราคาหุ้นได้

นอกจากนี้ การทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ในภูมิภาคที่ Manulife Asset Management ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียที่มีสำนักงานมากถึง 10 แห่ง ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลที่สำคัญระหว่างภูมิภาค รวมถึงมุมมองเชิงลึกของผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในพื้นที่ ทำให้การตัดสินใจและการวิเคราะห์จึงมีความชัดเจนขึ้น  และที่สำคัญคือ ความมีวินัยในการลงทุนและการตัดสินใจลงทุนโดยไม่ใช้อารมณ์ ช่วยให้การบริหารกองทุนเป็นไปตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ และช่วยให้ผลตอบแทนของกองทุนมีความสม่ำเสมอในระยะยาว

About Author

Morningstar