สรุปภาพรวมกองทุนรวมปี 2019 (4)

ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนรวมประเภทต่าง ๆ และกองทุนหุ้นไทย (ไม่รวม LTF และRMF)

Morningstar 16/01/2563

ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนรวมประเภทต่าง ๆ

กลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดในรอบปี 2019 ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มกองทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่ลงทุนในต่างประเทศ หากดูผลตอบแทนสูงสุด 20 อันดับแรกจะมีเพียงกลุ่ม Property Indirect ที่เป็นกลุ่มกองทุนที่ลงทุนในประเทศ กลุ่มกองทุนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด 3 อันดับแรกคือกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Global Technology) 26.8%, กลุ่มหุ้นยุโรป (Europe Equity) 26.3%, และกลุ่มกองทุนน้ำมัน Commodities Energy 23.7% และสูงเป็นอันดับ 2 ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาที่เกือบ 13% ตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในไตรมาสสุดท้าย

กองทุนรวมตราสารหนี้ก็แสดงภาพรวมผลตอบแทนในลักษณะเดียวกันกับกองทุนที่ลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง คือกองทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่ากองทุนไทยนำโดยกลุ่ม Emerging Market Bond ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดใน ปี 9.9% ตามมาด้วยกองทุนประเภท term fund แต่มีความเสี่ยงสูงคือ Global High Yield Bond 7.4% และ Global Bond ที่ 6.2% ในขณะที่กลุ่มตราสารหนี้ระยะสั้นของไทยมีผลตอบแทนเฉลี่ย 2.5% และตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาวอยู่ที่ 3.5%

ทางด้านกองทุนหุ้นไทยในปีนี้อาจจะไม่สดใสเท่าใดนักเมื่อเทียบกับต่างประเทศ โดยกองทุนหุ้นไทยกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่มีผลตอบแทนเฉลี่ยปี 2019 ที่ 2.5% ซึ่งต่ำกว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ 3.6% (SET TR 4.3%)

กองทุนหุ้นไทย (ไม่รวม LTF และRMF)

กองทุนหุ้นไทย (ไม่รวม LTF, RMF) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 2.9 แสนล้านบาท เติบโต 0.2% จากสิ้นปี 2018 มีเพียงกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าปี 2018 ในขณะที่อีก 2 กลุ่ม คือ Equity Small/Mid-cap และ TH Sector Focus Equity มีมูลค่าทรัพย์สินหดตัวลง

ในไตรมาสสุดท้ายมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.4 หมื่นล้านบาท รวมทั้งปีเป็นเงินไหลออกสุทธิ -4.5 พันล้านบาท มีเพียงกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิเพียง 447 ล้านบาท ขณะที่กลุ่ม Equity Small/Mid-Cap มีเงินไหลออกสุทธิ -3.7 พันล้านบาท และกลุ่ม TH Sector Focus Equity มีเงินไหลออก -1.3 พันล้านบาท

จากตัวเลขเงินไหลเข้า-ออกสุทธินี้แสดงให้เห็นว่า กองทุน LTF และ RMF มีส่วนสำคัญในกลุ่มกองทุนหุ้นไทยเนื่องจากหากไม่รวมมูลค่าเงินไหลเข้าสุทธิของกองทุนประหยัดภาษีแล้วจะเห็นภาพการลงทุนจริงที่ผู้ลงทุนไม่ได้ประโยชน์ทางภาษีที่มีเบาบางทำให้มูลค่ากองทุนกลุ่มนี้แทบไม่มีการเติบโต

บลจ. ไทยพาณิชย์ ยังเป็น บลจ. ที่สามารถเติบโตสวนทางกับตลาดโดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนหุ้นไทย (ไม่รวม LTF RMF) 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 19.2% จากปี 2018 โดยเกิดจากหลายกองทุนที่มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกองทุน SCB Selects Equity A, SCB Selects Equity D, SCB SET Index (Acc) และ SCB Dividend Stock (Div) เป็นต้น รวม 4 กองทุนนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิมากกว่า 6 พันล้านบาท ขณะที่ บลจ. ธนชาต มีเงินไหลออกสุทธิรวม -6.7 พันล้านบาท ซึ่งเงินออกจากกองทุน Thanachart Dividend Stock สูงสุด -3.1 พันล้านบาท ทำให้ส่วนแบ่งตลาดกองทุนหุ้นไทย (ไม่รวม LTF, RMF) ลดลงเป็น 13% จาก 15% ในปี 2018

About Author

Morningstar