ยินดีต้อนรับสู่เวปไซด์ morningstarthailand.com ในรูปแบบใหม่ ได้ที่นี่ ซึ่งมีข้อมูลและเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

Awards Winner - กองทุนหุ้นระยะยาว

Morningstar Awards 2020 กองทุนหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Fund) ได้แก่ กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล

Morningstar 23/03/2563

เรามาทำความรู้จักกองทุนนี้ให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์กันเลยค่ะ

คำถาม ปี 2019 มีหลายปัจจัยที่กระทบต่อความผันผวนของตลาดหุ้น ท่านคิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งของแนวทางการคัดเลือกตราสารที่ลงทุนที่ทำให้กองทุนของท่านประสบความสำเร็จ

คำตอบ จากหลักการลงทุนแบบ Active ที่ยึดหลัก Stock Selection คัดเลือกหุ้นเด่นรายตัวไม่เกิน 20 ตัว ซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์ใช้เชิงลึกทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ อาทิเช่น การมองโอกาสในการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตและความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรม เป็นต้น ทั้งนี้แนวทางการเลือกหุ้นที่ลงทุนจะมีความยืดหยุ่นโดยไม่ได้จำกัดว่าเป็นหุ้น Growth หรือ Value แต่พิจารณาดูหุ้นรายตัวเป็นหลักโดยคำนึง Upside และ Downside ในเชิง Valuation ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา โดยพิจารณาดูจากผลตอบแทนที่คาดหวังควบคู่ไปกับความเสี่ยงในการลงทุนเป็นหลัก ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนค่อนข้างมากจะมีการใช้กลยุทธ์การจับจังหวะการลงทุน (Tactical Asset Allocation) เพิ่มขึ้น พร้อมกับการทำ Asset Allocation โดยพิจารณาเพิ่มหรือลดการถือครองเงินสดเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน ทั้งนี้จะมีการพิจารณาทบทวนพอร์ตการลงทุนอยู่เสมอว่าเป็นไปตามแผนการลงทุนที่วางไว้หรือไม่ โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนได้โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อตลาดในแต่ละช่วงเวลา

คำถาม ท่านมีความเห็นอย่างไรต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ และประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด

คำตอบ เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสถานการณ์ในขณะนี้ที่ไวรัสโควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นไปในหลายประเทศ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในจีนเริ่มลดลง แต่ในหลายประเทศเริ่มมีการยกระดับมาตรการป้องกัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวของไทยซึ่งคิดเป็นประมาณ 13% ของ GDP จึงส่งผลให้ GDP ของไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลงมากกว่าที่ตลาดคาด บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่าหากสถานการณ์ดังกล่าวสามารถควบคุมได้ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 จากมาตรการกระตุ้นการบริโภค และการท่องเที่ยวของภาครัฐที่จะทยอยประกาศออกมา รวมทั้งเม็ดเงินลงทุนและการเบิกจ่ายงบประมาณจากภาครัฐ ประกอบกับสภาพคล่องที่มีอยู่ในระดับสูงจากการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางทั่วโลก ทำให้คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะสามารถปรับตัวขึ้นไปสูงกว่าระดับปัจจุบันได้ อย่างไรก็ตาม ทาง บลจ. กสิกรไทยมีการปรับคาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2563 ลงเหลือ 4-6% จากเดิม 8-10% เนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เป้าหมายดัชนีปลายปีมีการปรับประมาณการลดลงมาอยู่ในช่วง 1550-1600

คำถาม ท่านคาดว่าปีนี้กองทุนของท่านจะมีการปรับกลยุทธ์ให้ต่างออกไปจากปีที่แล้วหรือไม่อย่างไร

คำตอบ ผู้จัดการลงทุนยังเน้นการคัดเลือกหุ้นที่มีผลการดำเนินงานมั่นคงและมีความสามารถในการแข่งขันซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว และมี Valuation ที่เหมาะสมจากการพิจารณาในทุกมิติ เพื่อรับความผันผวนของตลาดที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีการใช้กลยุทธ์เพิ่มการถือครองเงินสดที่สูงกว่าปกติในบางเวลาเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อหุ้นในระดับราคาที่เหมาะสม

คำถาม หลังจากกองทุน LTF จะไม่ได้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีแล้วท่านมองว่าจะส่งผลต่อกองทุนของท่านอย่างไร

คำตอบ คาดว่าหลังจากที่กองทุน LTF ไม่ได้สิทธิ์ประโยชน์ทางภาษีแล้วนั้น จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบริหารกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนยังคงยึดหลักการบริหารการลงทุนเช่นเดิมเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ทั้งนี้ทางผู้จัดการกองทุนสามารถบริหารจัดการสภาพคล่องได้หากผู้ลงทุนที่ครบกำหนดการถือครองมีความต้องการไถ่ถอน แต่คาดว่าจะไม่มีนัยสำคัญภายใน 2 ปีข้างหน้านี้

คำถาม ท่านมีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับนักลงทุนที่จะลงทุนในกองทุนรวมประหยัดภาษีในปีนี้

คำตอบ เนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะขยายฐานผู้ลงทุนให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และให้คนตระหนักถึงการออมเพื่อการเกษียณและการลงทุนระยะยาวมากขึ้น จึงขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากเดิมที่ 15% เป็น 30% ของเงินได้ และปรับให้การออมเพื่อการเกษียณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยโครงสร้างของกองทุนประหยัดภาษีรูปแบบใหม่ (SSF) ที่มาทดแทน LTF ไม่จำเป็นต้องซื้อต่อเนื่องแต่ต้องถือครบ 10 ปี ดังนั้น คนรุ่นใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยลงทุนใน RMF อาจจะมีความสนใจมากขึ้น อนึ่ง เนื่องจากกองทุน RMF และ SSF เปิดกว้างสำหรับการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ไม่ได้จำกัดการลงทุนเฉพาะการลงทุนในหุ้นเหมือน LTF ดังนั้นผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนในประเภทสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับตนเอง เช่น ผู้ลงทุนที่รับความผันผวนของราคาได้ไม่มากนัก อาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความผันผวนต่ำ ส่วนผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้เพิ่มขึ้น อาจลงทุนในกองทุนผสมหรือกองทุนหุ้น เพื่อโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ดังนั้นการสร้างความเข้าใจในการลงทุนเพื่อผลตอบแทนในระยะยาวและการจัดพอร์ตเพื่อผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

About Author

Morningstar