นโยบายการบริหารประเทศภายใต้ Joe Biden

นโยบายบริหารประเทศในด้านต่าง ๆ ของโจ ไบเดน จะมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร วันนี้มอร์นิ่งสตาร์ได้หยิบยกบางประเด็นมาให้ลองทำความเข้าใจกันค่ะ

Morningstar 12/11/2563

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

หลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาตลาดหุ้นก็มีการปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นการกลับตัวหลังจากก่อนหน้านี้ตลาดกังวลว่าจะมีการปรับขึ้นภาษีหากทางพรรคเดโมแครตกวาดคะแนนเสียงเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามทางพรรครีพลับบลิกันยังคงมีเสียงจากสภาสูงอยู่ ทางมอร์นิ่งสตาร์จึงมองว่าการขึ้นภาษีอาจจะไม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมา และจะทำให้ราคาหุ้นหลายตัวขึ้นไปอยู่ในระดับราคาที่เหมาะสมแล้ว และหุ้นขนาดใหญ่หลายบริษัทในสหรัฐฯอยู่ในระดับเกินมูลค่า ดังนั้นโอกาสการลงทุนในระยะยาวจึงอาจอยู่ในหุ้นขนาดกลางหรือเล็กมากกว่า

มาตรการกระตุ้นทางการคลัง

ในแง่ของมาตรการกระตุ้นทางการคลังนั้น ก่อนหน้านี้ทางมอร์นิ่งสตาร์มองว่าหากโดนัลด์ ทรัมป์เป็นผู้ชนะหรือโจ ไบเดนชนะและได้คะแนนทางฝั่งวุฒิสภานั้นก็จะทำให้ร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลผ่านไปได้ในปี 2021 ซึ่งมูลค่าอาจสูงถึง 1.5 ถึง 2.0 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 7%-10% ของ GDP) แต่อาจมีรายละเอียดที่ได้หลายแบบซึ่งอาจเป็นไปในทิศทางเพื่อการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กหรือเพื่อช่วยเหลือคนว่างงาน

อย่างไรก็ตามจากผลการเลือกตั้งที่ออกมาอาจยังคงต้องติดตามต่อไปว่าทางฝั่งรีพลับบลิกันจะผ่านร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในช่วงที่โจ ไบเดนเป็นประธานาธิบดีหรือไม่เพราะหากเกิดขึ้นจะถือเป็นผลงานในช่วงการบริหารโดยไบเดน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามาตรการกระตุ้นอาจมีมูลค่าที่น้อยลง แต่ถ้าหากมาตรการไม่เป็นไปตามคาด ก็อาจไม่ทำให้ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ เนื่องจากการมีวัคซีนโควิด-19 ถือเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องมากกว่ามาตรการกระตุ้นเศษฐกิจ

การปรับนโยบายสาธารณสุขอาจมีผลกระทบที่จำกัดกับกลุ่ม Healthcare

มอร์นิ่งสตาร์มองว่าไบเดนจะยังคงดำเนินนโยบายเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรที่เข้าถึงการประกันสุขภาพ แต่จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อมูลค่าหุ้นในกลุ่ม Healthcare อย่างมีนัยสำคัญ โดยนโยบายประกันสุขภาพจากภาครัฐหรือที่เรียกว่า public option นั้นอาจเป็นไปได้ยากหากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภา แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อหุ้น Healthcare นั้นถือว่าค่อนข้างจำกัดเนื่องจากเป็นการประกันสุขภาพส่วนบุคคล ขณะที่การเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวกับประกันที่เป็นสวัสดิการนายจ้างจะมีผลกระทบเฉพาะกลุ่มนายจ้างรายเล็กที่ไม่มีอำนาจการต่อรองราคาเทียบเท่ากับรายใหญ่

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

ในแง่ของนโยบายที่เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติตามแผนของไบเดนนั้นยังมีจำเป็นจะต้องผ่านขั้นตอนการออกกฎหมายซึ่งอาจเป็นไปได้ยากหากรีพลับบลิกันยังมีเสียงจากวุฒิสภา อย่างไรก็ตามไบเดนยังคงสามารถดำเนินนโยบายโดยวิธีอื่นเช่นอาจยับยั้งการขุดเจาะน้ำมันบนที่ดินของรัฐ หรือยกระดับมาตรฐานประสิทธิภาพของยานพาหนะที่ใช้เชื้อเพลิงเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยรวมแล้วจะไม่ทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงของแนวโน้มราคาน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติอย่างมีนัยสำคัญจึงทำให้บริษัทผู้ผลิตน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

การผลักดันพลังงานทดแทน

การบริหารงานของไบเดนจะไม่ทำให้เทรนด์การเติบโตของพลังงานทดแทนเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมอร์นิ่งสตาร์คาดการณ์ว่าพลังงานทดแทนจะเป็นแหล่งพลังงานอันดับ 2 ภายในปี 2030 จากการประมาณการเติบโตของพลังงานทดแทนที่ 8% ต่อปีโดยมีนโยบายภาครัฐที่ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญ โดยไบเดนมีแนวทางที่จะมุ่งหวังให้สหรัฐมีการปล่อยก๊าซเป็นศูนย์ (net emission) ภายในปี 2050 อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวได้ส่งผลต่อมูลค่าหุ้นเกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทนหลายรายแล้ว เห็นได้จากราคาที่ปรับตัวขึ้นมาสูงและอาจแพงเกินไปทำให้มอร์นิ่งสตาร์ประเมินหุ้นเหล่านั้นที่ระดับ 1 ถึง 2 ดาว

About Author

Morningstar