10 อันดับกลุ่มกองทุนปี 2023

ผ่านไปแล้วกับปี 2023 ตลาดกองทุนไทยค่อนข้างมีความผันผวน มีทั้งกลุ่มกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น รวมทั้งกลุ่มกองทุนที่สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนอย่างมาก

Morningstar 09/01/2567
Facebook Twitter LinkedIn

ผ่านไปแล้วกับปี 2023 ตลาดกองทุนไทยค่อนข้างมีความผันผวน มีทั้งกลุ่มกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น รวมทั้งกลุ่มกองทุนที่สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนอย่างมาก

10 อันดับกลุ่มกองทุนผลตอบแทนยอดเยี่ยมปี 2023

1

ปี 2023 ถือเป็นปีทองสำหรับกองทุนกลุ่มเทคโนโลยี โดยเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หุ้นกลุ่ม 7 นางฟ้า (magnificent 7) เป็นหุ้นหลักที่สร้างผลตอบแทนให้กับกองทุนกลุ่มนี้อย่างมาก โดยหุ้นกลุ่มนี้ให้ผลตอบแทน +50% ถึง + 240%  ทำให้กองทุนกลุ่มเทคโนโลยีสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +47.12% เทียบกับปีก่อนหน้าที่ติดลบสูงถึง -43.53%

ลำดับถัดไปล้วนเป็นหุ้นในกลุ่มกองทุนหุ้นต่างประเทศ เริ่มด้วย กองทุน US Equity ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 29.58%, กลุ่มกองทุนญี่ปุ่นทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างโดดเด่นในปีนี้ จากสภาพเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่เติบโตต่อเนื่อง บวกด้วยผลประกอบการของบริษัทในญี่ปุ่น ทำให้กองทุนสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 20.35%

กลุ่มสุดท้ายที่ต้องจับตามองคงหนีไม่พ้น กลุ่ม Global High Yield Bond ซึ่งได้รับผลประโยชน์จาก Bond Yield ที่คาดว่าจะลดลงในอนาคต โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ + 5.62% โดยเฉพาะเป็นการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ที่ +4.03% (หลังจากโดนผลกระทบจาก Bond yield ที่ปรับพุ่งขึ้นในปีที่แล้ว ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปี 2022 ติดลบอยู่ที่ -13.97%)

หากพิจารณากันให้ละเอียด ก็จะเห็นว่า 10 อันดับกองทุนที่เป็นบวกนั้น มาจากผลตอบแทนที่ติดลบหนักๆในปีก่อนหน้าทั้งสิ้น 

10 อันดับกลุ่มกองทุนผลตอบแทนติดลบมากที่สุดใน ปี 2023

1

กองทุนจีนสร้างความผิดหวังให้นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และความผิดหวังต่อนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยทำผลตอบแทนติดลบหนักติดต่อกัน 3 ปี (2021-2023) โดยปี 2023 ติดลบ -20.29%, 2022 ติดลบ -27.33%, ส่งผลให้ค่าเฉลี่ย 3 ปี ของกองทุนกลุ่มนี้ ติดลบที่ -20.09% ต่อปี

ลำดับถัดมา คงหนีไม่พ้นหุ้นไทยของบ้านเรา ทั้งกองทุนหุ้นขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบเป็นอันดับสองรองจากกองทุนหุ้นจีน โดยในปีนี้ติดลบทั้งสองกลุ่มเฉลี่ยสูงถึง – 11.85%  ในขณะที่ดัชนี SET TR Index ให้ผลตอบแทนติดลบ -12.66%  โดยมีกองทุน Asset Plus Thai Top 12  ให้ผลตอบแทนดีที่สุด +2.32% และ กองทุน TISCO High Dividend Equity RMF ให้ผลตอบแทนดีที่สุด -0.33%  หากมองผลตอบแทนระยะยาวนั้น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองกลุ่มหุ้นไทยก็ยังถือว่าทำผลตอบแทนได้ไม่ดีนัก +2.27% ต่อปี และ -0.97% ต่อปี

กลุ่มกองทุน Property – Indirect เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนติดลบอย่างต่อเนื่อง โดยติดลบมาติดต่อกันเป็นปีที่ 4 (2020-2023) โดยปีล่าสุดติดลบเฉลี่ย -8.90%, และเฉลี่ย 5 ปี -4.67%

Facebook Twitter LinkedIn

About Author

Morningstar  Morningstar