ผลกระทบจาก Coronavirus ต่อเศรษฐกิจโลก

ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2020 จะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทางมอร์นิ่งสตาร์มองว่ามีผลกระทบค่อนข้างจำกัดในระยะยาว

Morningstar 12/03/2563

ปัจจุบัน COVID-19 ได้แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้ตลาดการลงทุนปรับตัวลงรุนแรงและสร้างความกังวลว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผลให้ทางธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดดอกเบี้ยลงเป็นการฉุกเฉิน 0.5% ลงมาอยู่ในช่วง 1%-1.25% จากการระบาดของเชื้อไวรัสในประเทศจีนทำให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยมุ่งไปที่การยับยั้งการแพร่ระบาดแม้จะมีผลต่อเศรษฐกิจก็ตาม

• โดยในภาพรวมทางมอริ์นิ่งสตาร์มองว่า GDP ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบประมาณ 1.5% ในปี 2020 และ 0.2% ในระยะยาวเนื่องจากมีผลกระทบกับกำลังการผลิตเล็กน้อย และหากสามารถควบคุมโรคได้แล้วน่าจะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว

• เรายังมีมุมมองเช่นเดิมต่อ GDP ในระยะยาวของประเทศจีน แต่มีการปรับลดลงสำหรับปี 2020 ประมาณ 2.5% และจะฟื้นตัวขึ้นได้หลังจากนี้

• เราตั้งสมมติฐานอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกกรณี base case ที่ 0.5% ซึ่งสูงกว่ากรณีการระบาดในปี 2009 และต่ำกว่าข้อมูลล่าสุดค่อนข้างมาก เราคาดว่าอัตราการเสียชีวิตในประเทศที่พัฒนาแล้วอาจต่ำกว่านี้รวมทั้งในกลุ่มประชากรวัยทำงาน

กรณี Base Case ที่โอกาส 60%

จากที่กล่าวไปว่าเราให้กรณี Base Case มีอัตราการเสียชีวิตที่ 0.5% ของจำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งต่ำกว่าข้อมูลปัจจุบัน เรามองว่าผู้ป่วยรายใหม่จะได้รับการวินิจฉัยที่เร็วขึ้นและทางการแพทย์มีการเรียนรู้ปรับตัวที่จะรักษาได้ดีขึ้น ข้อมูลปัจจุบันที่มณฑลหูเป่ยมีอัตราการเสียชีวิตที่ 4.4% ในขณะที่นอกพื้นที่อยู่ที่ราว 1%-2% ซึ่งน่าจะสะท้อนผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่น้อยกว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันเป็นไปได้ว่าจะส่งผลกระทบยาวไปในช่วงที่เหลือของปี 2020 หรือประมาณ 1.5% ของ GDP สหรัฐฯ เรามองว่าความคืบหน้าด้านการผลิตวัคซีนอาจใช้เวลา หรือในฤดูกาลประมาณปี 2021-2022 หากโรคนี้กลายเป็นโรคตามฤดูกาลเหมือนไข้หวัด

กรณี Bear Case ที่โอกาส 15%

กรณีนี้เราให้สมมติฐานอัตราการเสียชีวิต (ไม่รวมมณฑลหูเป่ย) ที่ประมาณ 0.8% ของจำนวนผู้ติดเชื้อ ซึ่งใกล้เคียงกับ action plan ของสหราชอาณาจักรที่กรณีแย่สุดจะมีผู้เสียชีวิตราว 1% ของผู้ที่ติดเชื้อ เราคาดว่าโรคระบาดจะรุนแรงและกระทบ GDP ปี 2020 ราว 5% คล้ายกับไข้หวัดสเปนในปี 1918 กรณีนี้จะเป็นการระบาดที่ยาวนาน (อาจยาวนานถึง 6 เดือน) ที่โรงเรียนปิดการเรียนการสอน พนักงานทำงานจากบ้าน และกระทบกับธุรกิจค้าปลีกและการบริการอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจไม่ถึงกับต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเช่นการปิดเมืองในทุกพื้นที่หรือหยุดระบบการคมนาคมทั้งหมด แม้ว่าโรคระบาดอาจหายไปในช่วงท้ายปี 2020 เราคาดว่าโรคนี้อาจกลับมาได้ในอนาคตรวมทั้งเศรษฐกิจจะใช้เวลามากกว่าในการฟื้นตัวให้กลับมาเป็นสภาวะปกติ

กรณี Bull Case ที่โอกาส 25%

กรณีสุดท้ายนี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจำกัดคือยาวนานกว่าไข้หวัดตามฤดูกาลเล็กน้อย (ซึ่งถือว่ารุนแรงแล้ว) โดยกรณีนี้มีสมมติฐานว่าอัตราการเสียชีวิตจะลดลงอย่างรวดเร็วราว 0.1% หรือใกล้เคียงกับไข้หวัด และคาดว่าจะไม่เกิดซ้ำหรือมีการระบาดระลอกใหม่ โดยคาดผลกระทบจะจำกัดอยู่ในไตรมาสแรกของปีนี้

จากกรณีทั้งหมดเราคาดการณ์ว่าผลกระทบต่อ GDP ทั่วโลกในระยะยาวจะอยู่ที่ประมาณ 0.2% ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับภาวะตลาดปัจจุบัน ปัจจัยที่มีผลต่อการคาดการณ์ในแต่ละกรณีคืออัตราการเสียชีวิตต่อจำนวนประชากร เนื่องจากมีผลต่อกำลังการผลิตและการเติบโตของเศรษฐกิจ ผลกระทบในระยะสั้นโดยเฉลี่ยจากทั้ง 3 กรณีอยู่ที่ 1.5% หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ฟื้นตัวไปที่ใกล้เคียงกับภาวะก่อนจะเกิดโรคระบาด

สำหรับประเทศจีนเราปรับลดคาดการณ์ GDP ลง 2.5% ไปที่ 2.2% ซึ่งถือว่าต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1976 โดยเรามองว่ามาตรการควบคุมที่เข้มงวดจะช่วยให้ประเทศจีนไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงไปกว่าทั่วโลกในระยะยาวและมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากปี 2020

About Author

Morningstar