ยินดีต้อนรับสู่เวปไซด์ morningstarthailand.com ในรูปแบบใหม่ ได้ที่นี่ ซึ่งมีข้อมูลและเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

Awards Winner – กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น

Morningstar Awards 2020 กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น (Short Term Bond) ได้แก่ กองทุนเปิดธนชาตตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

Morningstar 23/03/2563

เรามาทำความรู้จักกองทุนนี้ให้มากขึ้นผ่านบทสัมภาษณ์กันเลยค่ะ

คำถาม ท่านคิดว่าปัจจัยใดที่ทำให้กองทุนของท่านประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง

คำตอบ ปัจจัยที่กองทุนประสบความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา คือ บลจ.ธนชาต มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Active Management ทำให้สามารถปรับน้ำหนักในการลงทุนได้อย่างรวดเร็วและเหมาะกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ปกติแล้วการลงทุนในตราสารหนี้ มีปัจจัยสำคัญอยู่ 3 เรื่อง คือ อายุของตราสาร (duration), อันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร (credit rating) และ จังหวะเวลาการลงทุน (timing) แต่การทำทั้ง 3 เรื่องนี้ให้ถูกต้องพร้อมๆ กัน ทำได้ยากมาก ต้องใช้ทั้งความชำนาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมา โดยองค์ประกอบที่ทำให้ บลจ.ธนชาต ประสบความสำเร็จ คือ

1. ทีมงานประกอบด้วยผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์สูงในการบริหารจัดการกองทุนตราสารหนี้ สามารถประเมินสถานการณ์ตลอดจนคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ย เพื่อกำหนดกลยุทธ์การลงทุน และปรับ portfolio duration ให้สอดรับกับการคาดการณ์ดังกล่าว
2. การให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เครดิตและติดตามสถานะการเงินของผู้ออกตราสารหนี้ โดยมีการทบทวนเครดิตอย่างใกล้ชิดทุกไตรมาส เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อความสามารถในการชะระหนี้ในอนาคต และเมื่อมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อป้องกันผลกระทบจากการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกตราสารหนี้ที่ลงทุน
3. การจับจังหวะการลงทุน ต้องทำล่วงหน้า (Move Ahead) เพราะตลาดตราสารหนี้จะได้รับข้อมูลพร้อมๆ กัน ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่มีความคิดคล้ายๆ กัน ไปทางเดียวกัน ความสามารถในการประมวลข้อมูลและประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า จึงช่วยในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะปานกลางถึงระยะยาวให้กับผู้ลงทุน

บริษัทเชื่อว่ากุญแจแห่งความสำเร็จของกองทุนนี้ คือ การที่ผู้จัดการกองทุนใช้เหตุและผล ในการบริหารการลงทุน โดยเชื่อมั่นในหลักการและปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ

คำตอบ ท่านมีมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันและทิศทางอัตราดอกเบี้ยในปีนี้อย่างไร และจะส่งผลต่อการลงทุนของกองทุนอย่างไรบ้าง

ตอบ บลจ.ธนชาต คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของไทยให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 1% สาเหตุหลักจากความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่รุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น โดยมีการแพร่กระจายในจีน และนอกภูมิภาคเอเซียไปยังยุโรปและสหรัฐฯ ที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก (Demand impact) และกระทบการผลิตสินค้าบริการ และการขนส่ง (Supply chain disruption) ขณะที่การพัฒนายารักษาและวัคซีนยังต้องใช้เวลา กดดันให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายต่อไป ตัวอย่างเช่น ในวันที่ 3 มีนาคม ธนาคารกลางสหรัฐได้จัดประชุมนอกรอบ และประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.5% มาอยู่ที่ 1.25% ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ปรับตัวลดลง (ราคาตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น) กองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวจึงได้รับผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าอัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำต่อไปใน 1-2 ปีข้างหน้า

คำถาม ท่านคาดว่าปีนี้กองทุนของท่านจะมีการปรับกลยุทธ์ให้ต่างออกไปจากปีที่แล้วหรือไม่อย่างไร

คำตอบ กลยุทธ์การลงทุนในปีนี้ บลจ.ธนชาต ให้ความระมัดระวังเข้มงวดเรื่องคุณภาพเครดิตของตราสารหนี้ที่ลงทุนมากขึ้น เนื่องจากการคาดการณ์เกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และการระบาดของไวรัส COVID-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทเอกชนจากกำลังซื้อที่ลดลงทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลกดดันต่อรายได้ และอาจทำให้หนี้สินปรับตัวสูงขึ้น เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ทำให้ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น และส่งผลให้ Credit spread ของหุ้นกู้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

บลจ.ธนชาต จะพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัทที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจน้อย และจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ระดับ A- ขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยงเครดิตลง

คำถาม ท่านมองว่าการจัดเก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ส่งผลต่อภาพรวมการลงทุนกองทุนตราสารหนี้อย่างไร

คำตอบ การจัดเก็บภาษีกองทุนตราสารหนี้ส่งผลต่อกองทุนตราสารหนี้ 2 ประการ คือ

1. ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องตราสารหนี้ในตลาดรองให้ปรับตัวลดลง เนื่องจากการซื้อขายตราสารหนี้คำนึงถึงอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋ว และภาษี ทำให้ในช่วงที่ใกล้กำหนดการจ่ายเงินปันผล (XI) ตราสารหนี้นั้นจะมีสภาพคล่องลดลง เพราะผู้ซื้อจะต้องมีภาระในการชำระภาษีเงินได้
2. ผลตอบแทนของกองทุนปรับตัวลดลงจากภาระภาษี

คำถาม ท่านมีคำแนะนำอย่างไรบ้างสำหรับนักลงทุนที่จะลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้เพื่อการเกษียณ

คำตอบ นักลงทุนควรพิจารณาเลือกการลงทุนกองทุนตราสารหนี้เพื่อเกษียณจาก

1. ประเภทกองทุน RMF ที่เหมาะสมกับตนเอง โดยพิจารณาถึงความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพราะเป็นเงินเกษียณอายุของเรา โดยต้องพิจารณาความเสี่ยงก่อนพิจารณาผลตอบแทนซึ่งกองทุนตราสารหนี้มีหลายประเภท เช่น กองทุนตลาดเงิน กองทุนพันธบัตร กองทุนตราสารหนี้ทั่วไป กองทุนตราสารหนี้ลงทุนต่างประเทศ เป็นต้น
2. พิจารณาตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุนของกองทุน สิ่งสำคัญในการลงทุนกองทุนตราสารหนี้ คือ ความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ (Credit default) เพราะหากผู้ลงทุนต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตร ก็ต้องรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็คือการลงทุนในหุ้นกู้เอกชน ดังนั้นการคัดเลือกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญของกองทุน
3. พิจารณาผลการดำเนินงานของกองทุนย้อนหลัง โดนเน้นที่ความสม่ำเสมอ ไม่ควรตัดสินใจซื้อกองทุน เพราะอัตราผลตอบแทนที่สูงเพียงปีเดียว แต่ควรดูผลตอบแทนที่สม่ำเสมอระยะยาวในช่วง 3-5 ปีขึ้นไป
4. ผู้จัดการกองทุนและทีมงาน ที่มีประสบการณ์
5. ค่าธรรมเนียมในการจัดการกองทุนที่เหมาะสม

About Author

Morningstar