ตรวจสอบพอร์ตการลงทุนรอบครึ่งปี

ใกล้หมดครึ่งแรกของปี 2020 แล้วนะคะ ซึ่งอาจเป็นเวลาที่เหมาะสมที่เราจะลองมาดูพอร์ตการลงทุนของตัวเองว่าในสภาวะการลงทุนเช่นนี้ เราควรจะจัดการการลงทุนอย่างไร

Morningstar 25/06/2563

เปรียบเทียบการลงทุนจริงกับแผนการลงทุนที่วางไว้

คุณ Christine Benz ดำรงตำแหน่ง Director of Personal Finance ที่มอร์นิ่งสตาร์ได้พูดถึงการตรวจสอบพอร์ตการลงทุนในช่วงครึ่งปีว่า โดยปกติเราควรคำนึงถึงแผนการลงทุนเป็นหลักว่าพอร์ตการลงทุนยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ เช่น หากนักลงทุนอยู่ในช่วงเก็บสะสม/ออมเงิน ปัจจัยที่มีผลต่อพอร์ตก็คืออัตราการออมเงิน (เทียบกับรายได้) ซึ่งแน่นอนว่าปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงที่หลายคนอาจได้รับผลกระทบจากรายได้ที่น้อยลง ทำให้การเก็บออมอาจไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ แต่หากบางท่านที่ไม่ได้รับผลกระทบด้านรายได้และยังออมเงินได้ตามแผน ก็ควรดูไปที่แผนการประหยัดภาษีว่าได้ใช้สิทธิประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง

ในส่วนของผู้ลงทุนไทยเองมีเวลาอีกเพียงไม่กี่วันสำหรับการลงทุนเพื่อประหยัดภาษีกับกองทุน SSF ชนิดพิเศษที่สามารถลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 200,000 บาท ซึ่งยังถือเป็นทางเลือกการลงทุนเพื่อประหยัดภาษีที่ดีเนื่องจากเป็นการลงทุนระยะยาวที่เน้นตราสารทุนแถมยังช่วยประหยัดภาษีอีกด้วย

สำหรับท่านที่อยู่ในกลุ่มเกษียณแล้ว “withdrawal rate” หรือพูดง่าย ๆ ก็คืออัตราการถอนเงินมาใช้ ซึ่งคุณ Wade Pfau ผู้เชี่ยวชาญด้านงานวิจัยเพื่อการเกษียณ ได้กล่าวว่าการเริ่มถอนเงินในอัตรา 3% ถือว่าเป็นระดับที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับผู้เริ่มเข้าสู่วัยเกษียณ ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีการปรับตัวลงเร็วและฟื้นตัวขึ้นมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้กลุ่มเกษียณอาจต้องให้ความสนใจในการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษเพื่อให้พอร์ตเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากตัวช่วยในการปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนอย่างกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงต่ำก็มี yield ที่ต่ำมากทำให้อาจสร้างผลตอบแทนได้ไม่ดีเท่าใดนัก

จัดสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินแต่ละประเภทให้เหมาะสม
นอกจากแผนการลงทุนแล้ว นักลงทุนควรดูที่อัตราส่วนของสินทรัพย์แต่ละประเภทในพอร์ตการลงทุนด้วย ซึ่งภาวะการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาอาจทำให้สัดส่วนการลงทุนเปลี่ยนไปจากช่วงก่อนหน้านี้ โดยสัดส่วนของสินทรัพย์สภาพคล่องสูงหรือเงินสดถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับผู้ที่ยังมีงานทำ/มีรายได้ อาจลองตรวจสอบดูว่าเรามีเงินในส่วนที่ใช้ได้ยามฉุกเฉินมากแค่ไหน ซึ่งโดยหลักการแล้วเราควรมีสัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องสูงไว้ที่มูลค่าเท่ากับค่าใช้จ่ายระยะ 3-6 เดือน แต่หากเป็นผู้ที่ทำงานลักษณะเป็นสัญญาจ้างหรืองานที่อาจได้รับผลกระทบจากวิกฤตจากโควิด-19 อาจพิจารณาให้มีสัดส่วนที่สูงกว่าเพื่อรับกับความไม่แน่นอนที่อาจมีมากกว่า ในขณะที่ผู้ลงทุนใกล้วัยเกษียณให้ลองดูว่ามีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงสูงที่เหมาะสมแล้วหรือไม่เมื่อเทียบกับจำนวนปีที่เหลือในวัยทำงาน

หากนักลงทุนต้องการทราบอัตราส่วนการลงทุนของตนเองในเบื้องต้น ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นักลงทุนดูข้อมูลในหนังสือชี้ชวนกองทุนรวมที่ตนเองลงทุนว่าเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดเช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ หรืออื่น ๆ แล้วนำมูลค่าการลงทุนนั้นมาเทียบกับมูลค่าการลงทุนของตนเองในพอร์ต ก็จะสามารถทราบอัตราส่วนการลงทุนของตนเองในเบื้องต้นได้

ในกรณีที่นักลงทุนท่านใดยังไม่เคยลองทบทวนพอร์ตการลงทุนของตัวเองหรือต้องการดูพอร์ตการลงทุนแบบเจาะลึกในรายละเอียด ทางมอร์นิ่งสตาร์ได้มีบริการในส่วนของเว็บไซต์ https://www.morningstarthailand.com/th/ ซึ่งจะมีหน้า “พอร์ตโฟลิโอ” ที่นักลงทุนสามารถใส่ข้อมูลการลงทุนของตนเองในพอร์ตโฟลิโอ ทำให้สามารถเห็นภาพรวมการลงทุนของตนเองในหลายมิติ โดยการให้บริการทั้งหมดในหน้าเว็บไซต์จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพียงแค่นักลงทุนสมัครเข้าเป็นสมาชิกทางหน้าเว็บไซต์ของมอร์นิ่งสตาร์ก็สามารถเข้าใช้งานได้ทันที ซึ่งทางมอร์นิ่งสตาร์จะมาแนะนำวิธีการใช้งานเบื้องต้นของหน้า “พอร์ตโฟลิโอ” ในโอกาสต่อไปค่ะ

About Author

Morningstar