Remote Working กับ Covid-19

หนึ่งในผลกระทบจากโควิด-19 คือวิถีชีวิตการทำงานที่ต้องปรับเปลี่ยนให้ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่จะมีผลในระยะยาวหรือไม่อย่างไร วันนี้เรามาดูบทวิเคราะห์ในประเด็นนี้กันค่ะ

Morningstar 01/10/2563

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ถือเป็นสถานการณ์บังคับให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ต้องปรับให้ลูกจ้าง work from home กันมากขึ้น จากข้อมูลของมอร์นิ่งสตาร์ประเมินว่าในช่วงที่มีการระบาดสูง การทำงานที่บ้านนั้นมีสัดส่วนกว่า 45% ของแรงงานในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามอาจสรุปได้ยากว่าการทำงานที่บ้านนั้นจะเป็น new normal เพราะหากมองย้อนไปในอดีตที่มีเหตุการณ์สำคัญที่มีผลกระทบระดับใกล้เคียงกับรอบนี้ สุดท้ายแล้ววิถีชีวิตก็ยังสามารถกลับไปสู่ภาวะปกติ

การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว...

เพื่อเป็นการศึกษาถึงผลกระทบจากโควิด-19 มอร์นิ่งสตาร์ได้ทำการศึกษาเหตุการณ์สำคัญในอดีตที่อาจสร้างผลกระทบในวงกว้างใกล้เคียงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยดูในมิติของ 1) Habits หรือพฤติกรรมทีเปลี่ยนแปลงไป, 2) Fear หรือความกังวล เช่น โรคระบาดรอบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นและ 3) Sunk Costs หรือที่เราเรียกว่าต้นทุนจม เช่นการลงทุนในระบบ e-commerce ของภาคค้าปลีกเพื่อสร้างผลบวกในระยะยาว โดยมอร์นิ่งสตาร์ได้ยก 5 เหตุการณ์ เพื่อประเมินผลกระทบจากโควิด-19
จากภาพด้านล่างจะเห็นว่าเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ล้วนมีผลกระทบต่อ 2 มิติแรกที่ค่อนข้างจำกัดในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่นการมีส่วนร่วมของแรงงานหญิงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นผลกระทบในภาคแรงงานคล้ายกับผลกระทบจากโควิด-19 แต่จากการประเมินพบว่าหลังจากช่วงสงครามผ่านไป การมีส่วนร่วมของแรงงานหญิงไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับเหตุการณ์อื่นที่ไม่ได้สร้างผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ขณะที่ด้านความกังวลก็แทบจะไม่มีผลกระทบเช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากความเชื่อมั่นที่มนุษย์จะสามารถเรียนรู้และหาทางป้องกันวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ได้ในที่สุด

...แต่โควิด-19 ยังคงเป็นตัวเร่งให้มีการ work from home มากขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้นทางมอร์นิ่งสตาร์ก็มองว่าโควิด-19 จะเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้มีการ work from home ในสัดส่วนที่มากขึ้น โดยประเมินว่าแรงงานในสหรัฐฯ จะมีการทำงานจากบ้านแบบเต็มเวลาในสัดส่วน 13% ภายในปี 2025 จาก 9% ในปี 2019 ทั้งนี้รูปแบบ hybrid (ทำงานทั้งจากที่บ้านหรือในสำนักงาน) ที่ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายคน อาจมีการเติบโตที่เร็วกว่า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะด้วยเช่น ประเภทงาน มุมมองของนายจ้างว่าจะอนุญาตหรือไม่ รวมทั้งการตัดสินใจของพนักงานเอง

ผลกระทบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์/ที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้การทำงานที่บ้านนั้นจะเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับลูกจ้างหรือพนักงานที่ต้องการลดต้นทุนการใช้จ่ายรายวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูง ซึ่งการ work from home นี้เองจะทำให้ลูกจ้างสามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีต้นทุนต่ำกว่า โดยจากข้อมูลล่าสุดพบว่าในเมืองที่มีค่าครองชีพสูงมีอัตราการเติบโตของจำนวนประชากรที่ต่ำลง เริ่มมีการเคลื่อนย้ายของประชากรในรัฐที่มีค่าครองชีพสูงไปในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า บวกกับภาวะดอกเบี้ยที่ต่ำถือเป็นอีกแรงจูงใจ จึงทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอาจฟื้นตัวได้ เห็นได้จากความเชื่อมั่นของภาคการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเริ่มกลับมาในระดับก่อนเกิดโรคระบาดในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

แม้เราจะยังไม่สามารถทราบได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในรอบนี้จะจบลงเมื่อใด แต่การปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือประชาชนทุกคนควรจะเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

About Author

Morningstar