เกณฑ์จากทางการจีนส่งผลลบต่อการลงทุน

กฎหมายและกฎเกณฑ์จากทางการจีนถือเป็นส่วนสำคัญต่อผลตอบแทนกองทุนหุ้นจีนอย่างมาก ทั้งในกรณีของ Alibaba, Didi มาจนถึงธุรกิจกวดวิชาในจีน ทำให้กองทุนหุ้นจีนมีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ

Morningstar 29/07/2564
Facebook Twitter LinkedIn

กรณีความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Didi

ก่อนหน้านี้ทางการจีนเสนอการออกเกณฑ์สำหรับบริษัทจีนที่จะไปจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศให้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งหากมีการบังคับใช้จะมีผลกับบริษัทที่มีข้อมูลลูกค้ามากกว่า 1 ล้านรายขึ้นไป โดยแนวทางของเกณฑ์นี้ประกาศโดย Cyberspace Administration of China ไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจาก IPO มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ของ Didi Global Inc. และเป็นหน่วยงานที่เริ่มทำการตรวจสอบ Didi เกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลที่อาจมีความเสี่ยงจากการจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากมาตรฐาน audit/compliance ของจีนและสหรัฐ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้วุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านกฎหมายให้สำนักงานก.ล.ต.สหรัฐสามารถระงับการซื้อขายหากบริษัทไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีเป็นระยะเวลา 2 ปี จึงทำให้ทางการจีนกังวลว่าหากบริษัทจีนปฎิบัติตามเกณฑ์ของต่างชาติอาจส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศจีนในที่สุด

เนื่องจากการปรับมาตรฐานระหว่างทั้งสองมหาอำนาจนั้นอาจเกิดขึ้นได้ยากและจากกรณีของ Didi เองจะส่งผลให้บริษัทจีนอื่น ๆ ต้องพิจารณาความเสี่ยงในเรื่องนี้มากขึ้น และอาจทำให้บริษัทเหล่านี้หันมาที่ตลาดใกล้บ้าน ซึ่งเป็นไปได้ว่ากว่า 200 บริษัทที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ อาจจะพิจารณาออกจากตลาด

หุ้นบริษัทกวดวิชากับต้นทุนการศึกษาในประเทศจีน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวจากทางรัฐบาลจีนว่าจะพิจารณาบังคับให้สถาบันการศึกษาเป็นหน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร ส่งผลกระทบโดยตรงกับสถาบันกวดวิชาหลายแห่งทั่วประเทศ โดยที่มาของการบังคับใช้กฎนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากที่ทางรัฐบาลจีนอนุญาตให้ชาวจีนมีบุตรได้ 3 คน แต่การผ่อนคลายเกณฑ์จำนวนบุตรของครอบครัวชาวจีนนั้นจะเกิดผลได้ยากหากยังมีต้นทุนของการเลี้ยงดูบุตรที่สูง จึงเป็นที่มาของการบังคับใช้เกณฑ์สถาบันการศึกษาดังกล่าว

โดยทางนักวิเคราะห์ของมอร์นิ่งสตาร์มองว่าสถาบันกวดวิชานอกเวลาเรียนนั้นได้รับผลกระทบมากที่สุด นอกจากการไม่แสวงหากำไรแล้วยังจะมีการจำกัดชั่วโมงกวดวิชาในช่วงสุดสัปดาห์และช่วงปิดภาคเรียนด้วย ทั้งนี้ยังมีการจำกัดเงินทุนจากต่างชาติในภาคการศึกษา ซึ่งในกรณีแย่ที่สุดอาจทำให้เกิดการ delist ของบางบริษัท

จากข่าวนี้เองทำให้หุ้นบริษัทกลุ่มนี้ร่วงลงอย่างหนักในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น TAL Education (TAL) และ New Oriental Education (EDU) ราคาปรับตัวลงกว่าครึ่งในวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม และยังคงลงต่อเนื่องในสัปดาห์นี้หรือราว 60%-70% โดยนักวิเคราะห์ของมอร์นิ่งสตาร์มองว่าทั้งสองบริษัทอาจต้องมีการปรับธุรกิจเกี่ยวกับการเรียนตั้งแต่ช่วงอนุบาลไปจนถึงมัธยมปลาย ซึ่งอาจนำไปสู่การ spin-off ในส่วนที่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ไม่แสวงหากำไร แต่ยังคงไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับการกวดวิชาเพื่อเตรียมสอบเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ หรือภาษาอังกฤษสำหรับผู้ใหญ่ เป็นต้น

ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนหุ้นจีนติดลบเล็กน้อย

หากมาดูที่กองทุนหุ้นจีนในปีนี้จะเป็นภาพที่ต่างไปจากปีที่แล้ว โดยในปี 2020 มีผลตอบแทนเฉลี่ยราว 19% ในขณะที่ปีนี้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ -1.6% (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2021) และหลายกองทุนมีผลตอบแทนติดลบมากถึง 8%-9% ขณะเดียวกันยังมีกองทุนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 10% โดยสูงสุดเป็นกองทุนจากบลจ.ยูโอบี คือกองทุน Greater China ที่ 17.0% ตามมาด้วยกองทุน We China Growth จาก บลจ.วี ที่ผลตอบแทน 10.9% และกองทุน UOB Smart Greater China จากบลจ.ยูโอบีอีกเช่นกันที่ 10.7%

5 อันดับกองทุนกลุ่ม China Equity ผลตอบแทนสะสมสูงสุดตั้งแต่ต้นปี

ch eq

ประเด็นการบังคับใช้เกณฑ์หรือกฎหมายกับธุรกิจในจีนถือว่ามีผลกระทบอย่างมากในปีนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศจีนกำลังเป็นที่จับตามองของนักลงทุน เริ่มมาตั้งแต่กรณีต้านการผูกขาดโดย Alibaba มาจนถึงกรณี Didi อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยมอร์นิ่งสตาร์มองว่าทางรัฐบาลจีนไม่น่าจะทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับ internet ทั้งหมดไม่ได้กำไร การตรวจสอบที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอาจมีค่อนข้างจำกัดในอนาคต แต่ก็ยังไม่อาจประเมินได้ว่าจะเกิดขึ้นกับธุรกิจใดหรือผลกระทบจะมากน้อยเพียงใด ดังนั้นสิ่งที่ผู้ลงทุนควรกระทำคือการลงทุนอย่างมีเหตุผลและมีวินัย โดยไม่หวั่นไหวตามกระแสข่าวมากจนเกินไป

Facebook Twitter LinkedIn

Securities Mentioned in Article

Security NamePriceChange (%)Morningstar Rating
New Oriental Education & Technology Group Inc ADR10.94 USD1.30Rating
TAL Education Group ADR3.59 USD0.84Rating

About Author

Morningstar