ยินดีต้อนรับสู่เวปไซด์ morningstarthailand.com ในรูปแบบใหม่ ได้ที่นี่ ซึ่งมีข้อมูลและเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

เราควรลงทุนตราสารตลาดเงินหรือไม่

กองทุนรวมตราสารตลาดเงินเป็นกองทุนประเภทหนึ่งที่อาจไม่เป็นที่พูดถึงมากนัก วันนี้เราลองมาทำความรู้จักกับการลงทุนประเภทนี้กันค่ะ

Morningstar 28/11/2562

จากคราวที่แล้วได้พูดถึงทิศทางเงินไหลเข้า-ออกกองทุนในสหรัฐฯ ซึ่งพบว่ามีเงินไหลเข้าสุทธิในกองทุนตราสารตลาดเงินหรือ Money market fund ค่อนข้างมากเพื่อเป็นทางเลี่ยงความเสี่ยง หลายคนอาจยังไม่เคยลงทุนตราสารประเภทนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วกองทุน money market ก็คือการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีสภาพคล่องสูงและระยะการถือครองที่สั้น ซึ่งทำให้เป็นหนึ่งในประเภทกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด

ประเภททรัพย์สินที่มักจะเห็นบ่อย ๆ ในพอร์ตกองทุนประเภทนี้ได้แก่ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก พันธบัตรหรือตราสารหนี้ที่ค้ำประกันโดยรัฐบาล หรือตราสารภาคเอกชน ซึ่งดูแล้วอาจจะคล้ายตราสารหนี้ระยะสั้น แต่จะต่างกันตรงที่ตราสารในกองทุนมีอายุไม่เกิน 1 ปี

ดูจากประเภทตราสารหลายคนอาจสงสัยว่าจะมีโอกาสขาดทุนหรือไม่ เพราะโดยปกติแล้วราคา NAV กองทุนประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งเกิดจากการทยอยรับรู้ดอกเบี้ยรายวัน เช่น กองทุนให้ผลตอบแทนประมาณ 1.5% ต่อปี การรับรู้ดอกเบี้ยรายวันก็จะเท่ากับ 1.5%/365 = 0.004% ต่อวัน (ก่อนหักค่าธรรมเนียม) แต่ในความเป็นจริงนั้นกองทุนประเภทนี้แม้จะความเสี่ยงต่ำมาก แต่ก็มีโอกาสเห็น NAV ลดลงได้ แต่ผลขาดทุนจะเห็นเป็นแบบรายวันมากกว่า ซึ่งเกิดจากการราคาตราสารที่เปลี่ยนแปลงไป หากเป็นช่วงดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นก็จะมีคนขายตราสารหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยน้อยกว่าเพื่อไปลงทุนตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้นแทน ทำให้ตราสารรุ่นเก่ามีการ Mark-to-market เพื่อสะท้อนราคาตราสารที่ลดลงตามปัจจัยในตลาดซึ่งก็จะสะท้อนไปยังราคา NAV นั่นเอง ส่วนในกรณีดอกเบี้ยปรับตัวลงก็จะเป็นไปในทิศทางตรงข้าม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อดอกเบี้ยลดลงนักลงทุนควรถือตราสารหนี้เพื่อให้ได้ส่วนต่างราคาเท่านั้น เนื่องจากโดยหลักการแล้วการลดดอกเบี้ยก็ส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงเช่นกัน

ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมากองทุนรวม money market (แบ่งตาม Morningstar category) ของไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม 5.9 แสนล้านบาทหรือราว 14% ของมูลค่าตลาดกองทุนรวมไทย ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 1 ปีที่ 1.3% และด้วยระดับผลตอบแทนที่ต่ำอาจถูกนำไปเทียบกับบัญชีเงินฝาก แต่อย่าลืมว่าบัญชีเงินฝากอาจมีเงื่อนไขที่ต่างออกไปเช่น ระยะเวลาการฝาก (กรณีฝากประจำ) อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขวงเงินฝาก ได้รับการคุ้มครองเงินต้นตามประกาศสถาบันคุ้มครองเงินฝาก รวมทั้งการจ่ายดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดซึ่งต่างจากกองทุนรวม money market ที่จะรับรู้ดอกเบี้ยทุกวันที่สะท้อนใน NAV ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น

จากลักษณะของตราสารตลาดเงินนี้เองจึงเหมาะสำหรับเป็นที่พักเงินชั่วคราวโดยเฉพาะผู้ที่มีเงินเหลือค่อนข้างมาก เช่นหากมีเงิน 10 ล้านบาทมาพักไว้ในกองทุนประเภทนี้ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ย 1.5% ต่อปี จะได้ผลตอบแทนคิดเป็น 410 บาทต่อวัน ทั้งยังช่วยบริหารสภาพคล่องรวมทั้งได้ผลตอบแทนจากมูลค่าหน่วยที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทั้งนี้อย่าลืมว่ากองทุนรวมประเภทนี้มีความเสี่ยงต่ำซึ่งก็จะให้ผลตอบแทนที่ต่ำเช่นกันหากนำไปเทียบกับกองทุนรวมประเภทอื่น ๆ นักลงทุนจึงควรจัดสัดส่วนการลงทุนกองทุนรวมแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุน ความเสี่ยง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนของแต่ละบุคคล

About Author

Morningstar