ยินดีต้อนรับสู่เวปไซด์ morningstarthailand.com ในรูปแบบใหม่ ได้ที่นี่ ซึ่งมีข้อมูลและเครื่องมือใหม่ๆที่จะช่วยให้นักลงทุนประสบความสำเร็จในการลงทุน

อัพเดทภาพรวมการลงทุนเดือนมกราคม

ผ่านไป 1 เดือนแรกของปีหลายปัจจัยกระทบการลงทุนค่อนข้างมาก วันนี้เราจะมาอัพเดทภาพรวมการลงทุนในเดือนแรกกันค่ะ

Morningstar 31/01/2563

เดือนแรกของปีนี้ยังคงมีปัจจัยลบต่อตลาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในประเทศจากความกังวลด้านการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐที่อาจล่าช้า ค่าเงินบาทแข็ง หรือปัจจัยภายนอกเรื่องความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ไปจนถึงไวรัสโคโรนาที่กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้เนื่องจากการสั่งระงับการเดินทางของนักท่องเที่ยวโดยรัฐบาลจีนที่จะส่งผลต่อรายได้ท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจไทยรวมทั้งเริ่มส่งผลกระทบให้เงินบาทอ่อนค่าไปบ้างแล้ว

ด้วยปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้นักลงทุนมีความกังวลต่อแนวโน้มผลตอบแทนในอนาคต จึงมีเม็ดเงินไหลเข้าในกลุ่มทรัพย์สินเสี่ยงต่ำเช่นตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรหรือ Bond yield มีการปรับตัวลงจากเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ปริมาณมากในช่วงต้นเดือน และล่าสุด Bond yield ลดลงมาที่ 1.09% สำหรับรุ่นอายุ 2 ปี และ 1.33% สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี (ณ วันที่ 30 มกราคม 2020) ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์

ในสถานการณ์ความไม่แน่นอนรุมเร้าทำให้นักลงทุนหลายท่านอาจนึกถึงการลงทุนในทองคำที่หลายคนมองว่าเป็นหลุมหลบภัยสำหรับการลงทุน โดยในช่วงต้นปีนี้ราคาทองคำยังคงปรับตัวขึ้นและยืนอยู่ในระดับสูงกว่า 1500 ดอลลาร์ได้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และสะท้อนไปยังกองทุนรวมทองคำด้วยเช่นกัน โดยล่าสุดผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมของกองทุนทองคำอยู่ที่ราว 5.4% หรือเป็นกลุ่มที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด ณ วันที่ 30 มกราคมทีผ่านมา อย่างไรก็ตามการลงทุนในทองคำถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงประเภทหนึ่งที่อาจมีความผันผวนและมีความเคลื่อนไหวของราคาที่ต่างจากสินทรัพย์การลงทุนประเภทอื่นจึงทำให้ทองคำมักถูกนำไปใช้เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนหากมีสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตที่เหมาะสม

ทางด้านดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยมีการปรับตัวลงจากการรับรู้ผลกระทบจากไวรัสโคโรนาวันที่ 27 มกราคม ไปต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยดัชนี SET Index ปรับลงไปกว่า 40 จุด ไปที่ระดับต่ำกว่า 1530 จุดหรือลดลง -2.9% ทำให้ผลตอบแทน SET TR ติดลบที่ -2.9% ทางด้านกองทุนรวมหุ้นไทยเองก็ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยกองทุนรวมกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่มีผลตอบแทนเฉลี่ยในวันดังกล่าวที่ -2.8% และกลุ่มกองทุนหุ้นขนาดเล็กที่ -2.4%

หากดูภาพรวมของกองทุนหุ้นต่างประเทศพบว่ายังมีภาพที่หลากหลาย โดยทางฝั่งของสหรัฐฯ และยุโรปยังมีผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมยังเป็นบวกเล็กน้อย ในขณะที่ทางฝั่งของเอเชียหลายกลุ่มเช่น กลุ่ม Japan Equity และ China Equity มีผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมล่าสุดติดลบที่ราว -3% และ -7% ตามลำดับ ซึ่งทั้งสองกลุ่มต่างก็ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (แม้ว่าตลาดหุ้นจีนจะยังไม่เปิดทำการแต่กองทุนรวมในกลุ่ม China Equity มีสัดส่วนการลงทุนในตลาดฮ่องกงที่เปิดทำการแล้ว)

ปีนี้อาจเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับการลงทุนดังนั้นนักลงทุนจึงควรวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาปัจจัยทางสภาวะตลาดการลงทุนรวมทั้งปัจจัยส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นสภาพคล่อง ระยะเวลาลงทุน ผลตอบแทนที่คาดหวัง ความเสี่ยงที่ยอมรับได้รวมทั้งศึกษาข้อมูลการลงทุนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนในระยะยาว

About Author

Morningstar