ตั้งรับอย่างไรกับผลการเลือกตั้งสหรัฐ

ตลาดหุ้นจะได้รับผลกระทบอย่างไร หาก Biden หรือ Trump ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี และนักลงทุนควรตั้งรับอย่างไรในช่วงนี้ มาหาคำตอบกันค่ะ

Morningstar 29/10/2563

เหลืออีกไม่กี่วันจะถึงวันเลือกตั้งสหรัฐฯ แล้ว นักลงทุนหลายท่านอาจสงสัยว่าผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯจะส่งผลอย่างไรกับการลงทุน หรืออาจทำให้นักลงทุนอาจจะอยากปรับพอร์ตเพื่อตั้งรับกับผลที่จะเกิดขึ้น แต่การเมืองกับตลาดหุ้นนั้นยังเป็นสิ่งที่ยากจะคาดการณ์ได้ มอร์นิ่งสตาร์จึงได้มีการสอบถามความเห็นผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศว่ามีมุมมองอย่างไรกันบ้างในช่วงนี้

Biden vs Trump

ระหว่าง 2 ผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีนี้อาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมในลักษณะที่ต่างกัน หากทางฝั่ง Republicans ได้รับเลือกเข้ามาอีกครั้ง สหรัฐอเมริกาก็จะยังคงมีนโยบายสนับสนุนการเติบโตต่อไปภายใต้การนำของ Donald Trump ในวาระที่สอง ในขณะที่ทางฝั่งของ Democrats จะเป็นในลักษณะค่อนข้างต่างกันคืออาจมีการขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือขึ้นค่าแรงซึ่งอาจถือว่าเป็นนโยบายที่ไม่เป็นมิตรกับตลาดเท่าใดนัก

อย่างไรก็ตามทาง Joe Biden มีแผนที่จะเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และโครงสร้างพื้นฐานซึ่งอาจเป็นผลดีต่อหลายภาคธุรกิจ นอกจากนี้ Joe Biden ยังเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ซึ่งจะเน้นไปที่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ลงทุนในพลังงานสีเขียวเช่น eco-system ของรถพลังงานไฟฟ้า และยังมีการคาดการณ์ว่าจะมีการขยายโครงการ Obamacare ให้ครอบคลุมจำนวนประชากรมากขึ้น ซึ่งนโยบายเหล่านี้มีความต่างจากทรัมป์ที่มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจที่เป็น carbon-intensive มากกว่า

นักลงทุนควรมองเรื่องนี้อย่างไร

มอร์นิ่งสตาร์ได้รวบรวมความเห็นของผู้จัดการกองทุน พบว่ามีการให้มุมมองที่คล้ายกันคือควรหลีกเลี่ยงการจับจังหวะการลงทุน โดยคุณ Zehrid Osmani ผู้จัดการกองทุน 5 ดาวจาก Legg Mason ซึ่งเขาเชื่อว่าการเลือก Biden และการปรับสวัสดิการ Obamacare จะส่งผลลบต่อบริษัทยาขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะส่งผลลบต่ออุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากแต่อาจส่งผลบวกต่อภาคการบริโภค แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ต้องมีการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

ทางด้านคุณ Mcintosh-Whyte จาก Rathbone Investment Management ยังสนับสนุนมุมมองที่วาเราไม่ควรเดาผลการเลือกตั้งเพื่อมาจัดพอร์ตการลงทุน เนื่องจากอาจไม่มีใครที่จะชนะทั้งวุติสภาและสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นผลกระทบที่เป็นการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ อาจค่อนข้างจำกัด

แน่นอนว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นส่วนที่ทำให้ตลาดผันผวนได้ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนกังวลไปบ้าง แต่หัวใจสำคัญยังคงเป็นการวางแผนการลงทุนให้เหมาะสมโดยไม่ควรพยายามจับจังหวะการลงทุน ทางคุณ Richard Weiss, CIO จาก American Century Investments เชื่อว่าการคาดเดาผลการเลือกตั้งนั้นทำได้ยากและอาจมีต้นทุนที่สูงแม้ว่าจะสามารถเดาถูกว่าใครจะเป็นผู้ชนะ เพราะเราไม่ได้เพียงแค่เดาผลการเลือกตั้ง แต่ยังต้องลงทุนในเวลาที่ถูกต้องแม่นยำ ดังนั้นการเลือกลงทุนที่ไม่ให้การคาดเดาหรือผลการเลือกตั้งจริงมีผลกับการตัดสินใจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะโดยปกติตลาดจะปรับตัวขึ้นแรงและเร็วในเวลาสั้น ๆ ฉะนั้นการเลี่ยงที่จะลงทุนในขณะที่ตลาดปรับตัวขึ้นเร็วอาจส่งผลเสียในระยะยาวได้

นอกจากนี้นักลงทุนควรพิจารณาถึงปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับสภาวะการลงทุนในปัจจุบันด้วย เนื่องจากเราอยู่ในภาวะดอกเบี้ยต่ำมาก ในขณะที่เศรษฐกิจในประเทศหรือทั่วโลกเองก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ ฉะนั้นสิ่งที่นักลงทุนพอจะทำได้ในตอนนี้คือกลับมาตรวจสอบพอร์ตการลงทุนอีกครั้ง เพราะในช่วงที่ผ่านมาข้อมูลทิศทางเงินไหลเข้า-ออกกองทุนรวมของไทยแสดงให้เห็นว่ามีเงินไหลออกจากกองทุนหุ้นไทยไปหุ้นต่างประเทศค่อนข้างมาก ในขณะที่ยังมีเงินจำนวนมากอยู่ในตราสารตลาดเงินมาตั้งแต่ช่วงต้นปี การตัดสินใจลงทุนโดยยึดตามแผนการลงทุนในระยะยาวที่วางไว้จึงเป็นแนวทางที่ควรปฏิบัติในสถานการณ์ปัจจุบัน

About Author

Morningstar