เนื่องจากเว็บไซต์อยู่ในช่วงปรับปรุง จึงทำให้ท่านอาจประสบปัญหาการใช้งานได้ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

สรุปภาพรวมกองทุนรวมไตรมาส 1-2022 (3)

กองทุนรวมต่างประเทศ (ไม่รวม Term Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.1 ล้านล้านบาท ลดลง 8.6% จากสิ้นปี 2021 โดยมีเงินไหลออกสุทธิ 361 ล้านบาท

Morningstar 18/04/2565
Facebook Twitter LinkedIn

กองทุนรวมต่างประเทศ (ไม่รวม Term Fund) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.1 ล้านล้านบาท ลดลง 8.6% จากสิ้นปี 2021 โดยมีเงินไหลออกสุทธิ 361 ล้านบาท

กลุ่มกองทุนตราสารทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 8.1 แสนล้านบาท ลดลง 7.5% จากสิ้นปีที่แล้ว โดยมีสาเหตุมาจากตลาดหุ้นทั่วโลกต่างมีปัจจัยลบในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มหลักเช่น Global Equity ที่มีแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับปัจจัยจากสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ส่งผลต่อขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ รวมถึงความกังวลกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด  

ด้านกลุ่มกองทุนหุ้นจีน China Equity มีปัจจัยลบจากทั้งเศรษฐกิจ ประเด็นการเพิกถอนหุ้นจีนจากสหรัฐฯ รวมทั้งสถานการณ์การระบาดโควิดในประเทศ ทำให้กองทุน 2 กลุ่มดังกล่าว มีผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบมากกว่า 10% ขณะเดียวกันมีนักลงทุนบางส่วนเข้าซื้อกองทุนในช่วงผลตอบแทนลดลงแรง จึงทำให้กองทุนทั้ง 2 กลุ่มมีเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดใน 5 อันดับแรก โดยกลุ่ม Global equity มีเงินไหลเข้าสูงสุด 1.2 หมื่นล้านบาท และกลุ่ม China Equity อยู่ในอันดับที่ 4 มูลค่า 5.4 พันล้านบาท

10

ก่อนหน้านี้กองทุนกลุ่ม Global Bond เป็นกองทุนต่างประเทศกลุ่มใหญ่ในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตามปัจจุบันความนิยมในกลุ่มดังกล่าวลดลงอย่างมาก โดยล่าสุดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท ลดลง 22.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเกิดจากเงินไหลออกสุทธิมากที่สุด 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้ลงไปอยู่ที่อันดับ 6 ของกองทุนรวมต่างประเทศที่ไม่รวม term fund

ขณะเดียวกันกองทุน Global Technology ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นโดยเฉพาะในช่วงการระบาดโควิด ขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มกองทุนต่างประเทศขนาดใหญ่ลำดับที่ 5 แทนกลุ่ม Global Bond ได้แม้จะยังมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหดตัวลง 9.6% ไปอยู่ที่ 6.7 หมื่นล้านบาท โดยในไตรมาสแรกนี้มีเงินไหลเข้าสุทธิระดับ 400 ล้านบาท และมีผลตอบแทนเฉลี่ย 3 เดือนติดลบที่ -15.5% หรือต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทั้งอุตสาหกรรมรองจากกลุ่มหุ้นจีน

11

12

กองทุนกลุ่ม Country Focus Equity มีเงินไหลเข้าสูงเป็นอันดับ 3 มูลค่า 7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าเงินลงทุนในกองทุนหุ้นเวียดนามเกือบทั้งหมด โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมามีกองทุนหุ้นเวียดนามเปิดใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่องและในช่วงไตรมาสแรกมีกองทุนเวียดนามเปิดใหม่ 7 กองทุนจาก บลจ. 4 แห่งและยังได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน โดยกองทุน KKP Vietnam Growth Opportunities NFRI มีเงินไหลเข้าสูงสุด 3.3 พันล้านบาท ตามมาด้วยกองทุน TMB Eastspring Vietnam Active Equity 2.6 พันล้านบาท ทำให้ทั้ง 2 กองทุนมีเงินไหลเข้าสูงสุดในกลุ่มกองทุนต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา

(มอร์นิ่งสตาร์จะเริ่มมีการจัดตั้งกลุ่มกองทุนหุ้นเวียดนาม หรือ Vietnam Equity ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2022 เป็นต้นไป)

ทางด้านกองทุนที่มีเงินไหลออกสูงสุดส่วนใหญ่เป็นกองทุนตราสารหนี้ นำโดยกองทุน TMB Global Income ที่ 3.8 พันล้านบาท ตามมาด้วยกองทุนจากบลจ.ไทยพาณิชย์ 2 กองทุนคือ SCB Global Fixed Income A 3.4 พันล้านบาทและ SCB Credit Opportunities A 1.8 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแรงขายกองทุนทองคำ K Gold-A(D) ด้วยมูลค่า 1.2 พันล้านบาท

12a

Facebook Twitter LinkedIn

About Author

Morningstar