เนื่องจากเว็บไซต์อยู่ในช่วงปรับปรุง จึงทำให้ท่านอาจประสบปัญหาการใช้งานได้ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

Fed ขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% เป็นครั้งที่สาม

ผลการประชุมล่าสุดเมื่อคืนนี้คณะกรรมการ FOMC มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ทำให้ดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.0%-3.25%

Morningstar 22/09/2565
Facebook Twitter LinkedIn

ผลการประชุมล่าสุดเมื่อคืนนี้คณะกรรมการ FOMC มีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ทำให้ดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.0%-3.25% จากระดับศูนย์เมื่อต้นปี ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากที่ระดับนี้ต่อเนื่องกันเป็นครั้งที่ 3 โดยสาเหตุที่เฟดปรับดอกเบี้ยที่ความเร็วระดับเดิมนั้นมาจากปัญหาเงินเฟ้อสูง ซึ่งรอบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 8.2% จากปีที่แล้ว แม้เทียบกับเดือนก่อนหน้าดูจะบรรเทาลงบ้าง แต่เฟดยังคงต้องดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้แล้ว

ประเด็นสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงหลังการแถลงของประธานเฟด Jerome Powell นั้นเกิดจากการคาดการณ์เศรษฐกิจ รวมทั้งคาดดอกเบี้ยจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 4.4% ภายในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 3.4% จากการคาดการณ์รอบที่แล้ว ซึ่งหมายถึงเฟดจะปรับดอกเบี้ยในการประชุมอีก 2 ครั้งในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมที่ระดับ 0.75% และ 0.50% และเป็นผลให้บอนด์ยีลด์ดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้

1

ทั้งนี้จาก dot plot แสดงดอกเบี้ยยังมีการปรับขึ้นในปีหน้า และจะลดลงในปี 2024 อย่างไรก็ดีต้องอย่าลืมว่า dot plot นั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้จากที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งปัจจัยที่ทำให้มีการปรับคาดการณ์นั้นคือ 2 ปัจจัยหลักที่เฟดให้ความสำคัญ นั่นคือเสถียรภาพด้านราคาและตัวเลขการจ้างงาน เช่นกรณีในการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ หากย้อนไปในปีที่แล้วทางเฟดเองก็ยังไม่คาดคิดว่าจะต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยแรงและเร็วจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงในปีนี้

2

สำหรับในปีหน้านั้นเป็นไปได้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงอย่างมากและการเติบโตของ real GDP จะเป็นบวกเล็กน้อย และมอร์นิ่งสตาร์คาดว่าปัญหาห่วงโซ่อุปทานจะคลายลงเพื่อให้มีการปรับนโยบายทางการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเงินเฟ้อลงมาอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% หากเฟดสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้แล้ว จะทำให้เฟดเปลี่ยนแนวทางเพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาเติบโต โดยราคาดว่าการเติบโตของ real GDP จะยังอยู่แดนบวกแต่จะอยู่ในระดับต่ำในช่วงปี 2023

3

4

จากราคาบ้านและดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่สูงขึ้นทำให้อุปสงค์ที่อยู่อาศัยลดลงอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าตัวเลขการสร้างบ้านใหม่จะลดลง 3% ในปีนี้และ 9% ในปีหน้า ทั้งนี้การที่ตลาดที่อยู่อาศัยจะฟื้นตัวขึ้นได้นั้น ทางเฟดจะต้องลดอัตราดอกเบี้ยลง เราคาดว่าตัวเลขการสร้างบ้านใหม่จะฟื้นตัวได้แข็งแกร่งในปี 2025 และ 2026 จากการปรับนโยบายของเฟด รวมทั้งจะทำให้ภาพเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้

5

Facebook Twitter LinkedIn

About Author

Morningstar