แรงขายในตลาดตราสารหนี้กลับมาอีกครั้ง

ตลาดตราสารหนี้ในปีนี้ปรับลดลงอีกครั้ง หลังจากอัตราเงินเฟ้อในปีที่แล้วชะลอลงและทำให้มีโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงสิ้นปีได้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนอย่างมาก

Morningstar 01/03/2566
Facebook Twitter LinkedIn

ตลาดตราสารหนี้ในปีนี้ปรับลดลงอีกครั้ง หลังจากอัตราเงินเฟ้อในปีที่แล้วชะลอลงและทำให้มีโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงสิ้นปีได้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าเรากำลังอยู่ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนอย่างมาก

1

ตลาดตราสารหนี้ในปี 2023

ในปีนี้มีแนวโน้มที่ดีสำหรับตราสารหนี้เพราะนอกจากอัตราเงินเฟ้อจะผ่านจุดพีคไปในปีที่แล้ว อัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย ทำให้มีโอกาสที่ Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นปี โดย Morningstar US Core Bond Index เพิ่มขึ้น 3.7% และ Bond yields ในตลาดปรับลดลง โดย U.S. Treasury อายุ 2 ปีปรับลดลงจากที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ 4.7% เหลือ 4.1% ส่วน U.S. Treasury อายุ 10 ปี ปรับลดลงจากที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วที่ 4.2% เหลือ 3.4% นอกจากนี้ Bond yields ที่ปรับลดลงยังส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะกลุ่ม Growth stocks (Morningstar US Market Index ปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในช่วงต้นปีนี้) ทั้งนี้รายงานการจ้างงานในเดือนมกราคมที่ออกมาดีทําให้เห็นถึงเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่แข็งแกร่ง รวมถึงตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอลงทำให้เชื่อว่าความพยายามของ Fed ที่จะกดอัตรางินเฟ้อให้ลดลงนั้นน้อยลงเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ล่าสุดตลาดตราสารหนี้ก็กลับมาปรับลดลงอีกครั้งหลังจากที่ U.S. Treasury yield อายุ 2 ปี และอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.7% และ 4% อีกรอบ ทำให้นักลงทุนเทขายทั้งหุ้นและ Bonds ในช่วงที่ผ่านมา (Morningstar US Market Index ลดลงเกือบ 5%)

2

Fed ยังไม่มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้

แม้ว่าช่วงต้นปีนักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้ อย่างไรก็ตามอัตราเงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นที่สำคัญ แม้ว่าจะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม แต่ที่สำคัญคืออัตราการลดลงนั้นจะเร็วหรือช้าแค่ไหน การที่ Fed จะคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมายที่ 2% นั้นไม่น่าจะเกิดได้ทันภายในปีนี้ และทำให้นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้คิดว่าการผ่อนคลายนโยบายการเงินรวมถึงการลดอัตราดอกเบี้ยจะไม่เกิดขึ้นทันในปีนี้ นอกจากนี้ Fed ยังคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป้าหมายจะอยู่ที่ 5.25%-5.5% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 4.5%-4.75% และจะยังคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับดังกล่าวไปจนถึงสิ้นปี 2023 อีกด้วย

3

ทั้งนี้ 10-year note ที่ระดับ 4% ในช่วงที่ผ่านมาน่าจะเป็นระดับที่สูงสุดแล้ว และจากนี้ Yield น่าจะแกว่งตัวผันผวนในช่วง 3.5% - 4% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังไม่แน่ชัดว่าจะอยู่ในระดับสูงไปอีกนานเท่าไหร่ อาจจะอยู่ในระดับสูงไปถึงปี 2024 เลยก็เป็นได้

4

การลงทุนในปีนี้ยังมีความผันผวนสูงจากมุมมองตลาดที่มีต่อการปรับดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นสิ่งคาดเดาได้ยาก อย่างไรก็ดีการลงทุนยังควรยึดหลักการจัดพอร์ตตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อรับกับความผันผวนที่จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีนี้ทั้งในตลาดตราสารหนี้หรือตราสารทุน

Facebook Twitter LinkedIn
  • awards 2023 Talk with the winners – Morningstar Thailand Awards 2023

    As we know who the award winners are, let’s learn more about the award winners through the short ...

  • awards บทสัมภาษณ์ Morningstar Thailand Awards 2023

    หลังจากได้รับทราบรายชื่อผู้ชนะรางวัลประจำปีนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรามาทำความรู้จักกับผู้ชนะรางว...

  • awards Awards Winner – Equity Large-Cap

    Morningstar Awards 2023 กองทุนรวมหุ้นขนาดใหญ่ (Equity Large Cap) ได้แก่ กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นทุนป...

  • awards Awards Winner – Equity Small/Mid-Cap

    Morningstar Awards 2023 กองทุนรวมหุ้นขนาดกลางและเล็ก (Equity Small/Mid-Cap Fund) ได้แก่ กองทุนเปิ...

  • 2023 Awards Winner – Short-Term Bond

    Morningstar Awards 2023 กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-Term Bond) ได้แก่ กองทุนเปิด แอสเซทพลั...

About Author

Morningstar